เปิดเส้นทางชีวิต "เบิร์ด ธงไชย" จากเด็กน้ำเน่าในสลัม สู่ดาวจรัสบนฟากฟ้า ซุปเปอร์สตาร์ตลอดกาล !

LIEKR:

เปิดเส้นทางชีวิต "เบิร์ด ธงไชย" จากเด็กน้ำเน่าในสลัม สู่ดาวจรัสบนฟากฟ้า ซุปเปอร์สตาร์ตลอดกาล !

หมายเหตุ : สามารถรับชมคลิปเต็มได้ที่ด้านล่างบทความค่ะ

    นักร้องอันดับหนึ่งของประเทศไทย “เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์” เริ่มทำงานที่ธนาคาร แผนกต่างประเทศ และยังทำงานอื่น ๆ หลายรูปแบบเพื่อหารายได้พิเศษเพื่อช่วยเหลือครอบครัว

    อาทิ ถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา รวมถึงเป็นพนักงานเปิดประตูในดิสโก้เธคชื่อ ฟลามิงโก ในโรงแรมชื่อดัง จนได้รู้จักกับ ผู้จัดละคร ไก่ วรายุฑ มิลินทจินดา ซึ่งชักชวนให้มาเล่นละคร และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการบันเทิงของพี่เบิร์ด

 

Sponsored Ad

 

ความใฝ่ดีมาจากครอบครัว?

    แน่นอนครับ ครอบครัว ความรัก ความรักที่เรามีให้ป๋าแม่ ไม่อยากให้เขาต้องผิดหวัง อยากให้เขาชื่นใจ อยากให้เขายิ้ม จากการพับถุงขาย จากการตอกตะปู ทำทุกอย่างแล้ว อยากให้มีความสุข อยากให้แม่ได้ยิ้ม ชอบแอบดู

 

Sponsored Ad

 

ช่วงเวลาที่ลำบากแต่พี่เบิร์ดก็มีความสุข?

    ในใจพี่ไม่มีคำนี้เลยลำบาก ไม่มีเลย ทั้งๆ ที่พี่อยู่ ‘บางแค’ นะ เพราะอะไร เพราะความรักในครอบครัวไง เพราะป๋ากับแม่ไม่เคยแสดงให้เรารู้ว่าเขาเรียกว่าจน

    อันนี้เขาเรียกว่าไม่มีกิน ว่าอยู่ในสลัม อันนี้เขาเรียกว่ามันไม่ดี อยู่กันอย่างส้วมแตกก็ล้างไป คือมันกลายเป็นสนุก ขี้อยู่แมลงสาบมาเป็นฝูงเลย มันจะบินเข้าปากก็ปิดหน้าไว้เดี๋ยวมันก็ไป

 

Sponsored Ad

 

    สมมตินั่งอึ คือบ้านพี่มีชั้น 2 ติดกับบ้านคนเย็บผ้าผู้หญิงสวย พี่นั่งขี้ข้างล่างแล้วสังกะสีมันโบ๋ ต้องเอาหนังสือพิมพ์ค่อยๆ ไปสอด ต้องเข้าส้วมไม่ให้เขาเห็นด้วยนะ พี่ก็ต้องเอาไปสอดไม่ให้เขาเห็น แล้วค่อยๆ นั่ง ลมพัดมาปลิว สบตากันเลย (หัวเราะ)

 

Sponsored Ad

 

    สมมติไม่มีจะกิน พี่เกิดมาตุ่มข้าวสารมีแค่นี้ พี่ไม่เคยเห็นข้าวเต็มตุ่มเลย พี่ฝันว่าพี่เห็นข้าวเต็มตุ่มเหมือนในร้านขายข้าวสาร พี่ตักลงไปแล้วอยากให้เหลือเยอะ จริงๆ ตักลงไปเหลือนิดเดียว แม่สอนว่าถ้าเทลงในหม้อแล้วนะต้องเหลือในนี้นะ ก็มีอยู่ครั้งหนึ่งมันเหลือไม่ได้ ถ้าเหลือก็ไม่พอ ก็เลยเอาไว้เม็ดนึง (หัวเราะ) เห็นไหมแล้วมันก็สนุก

    บ้านพี่เบิร์ดมีผู้ชาย 7 คน ป.1-ป.7 อยู่กันหมดทั้ง 7 ชั้นเลย ไม่มีตังค์ให้ค่าเทอมต้องยืนหน้าแถว เช้าขึ้นมาก็เห็นหน้า ไม่มีตังค์ให้เขาสักวันก็ต้องมี เราก็หวังไป พอสอบไม่มีตังค์กินข้าว พี่ต้องไปต่อในโรงอาหาร ในโรงอาหารจะมีข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ขนม ไอติม มันจะมีเด็กต่อพี่จะไปเลือกคิวที่มันยาวที่สุด

 

Sponsored Ad

 

    เพราะเวลากริ๊งมาจะได้ทำเป็นไม่ทันกินข้าว มีฟอร์มตั้งแต่เด็ก เดินล้วงกระเป๋า ไม่ทันกินข้าวเลยเดินคุยกับบังที่ขายถั่ว คุยเสร็จเดินเข้าไปในสนามฟุตบอล มันสนุก ใครก็ไม่รู้ว่าเราทำอะไร เรารู้คนเดียว เราก็ไม่ต้องไปบอกใครว่าหิว ไม่มีเงิน ให้ได้ไหม ไม่ต้อง ไม่ต้องไปสงสารใครเลย

 

Sponsored Ad

 

ความจนมีข้อดียังไง?

    ความจนมันเป็น Asset ที่ดีที่สุดเลย มันเป็นทรัพย์สินมันเป็น Memories มันเป็นพลัง เป็น Power ที่จะผลักดันเราไปทุกที่ทุกทาง เราต้องรู้ว่าเราจะไปทางไหน เพราะพี่เบิร์ดไม่ได้จนธรรมดา พี่เบิร์ด Under zero คือศูนย์แล้วพี่เบิร์ดใต้ศูนย์ด้วย พี่อยากจะรู้ว่ามันจะจนไปมากกว่านี้ไหม พอพระลองใจเราแล้วเราเดินก้าวแต่ละก้าวด้วยความรัก ด้วยความระมัดระวัง

    ด้วยความรักที่เราจะทำให้แม่ให้ป๋าที่อยู่ในสลัมไม่ผิดหวังในตัวเรา เพราะว่ารอบด้านมันมีแต่แบบจิ๊กโก๋ อะไรที่มันไม่ดี เราต้องไม่เป็นและพี่น้องทุกคนก็ต้องไม่เป็น คิดดูดิเสียงด่ากันก็ให้เขาด่ากันไป แต่ในบ้านเรามีเสียงร้องเพลง มีกีตาร์เก่าๆ ดีดกันไป เล่นกันไป

Sponsored Ad

เรียนรู้อะไรจากวันเก่าๆ บ้าง?

    พี่เบิร์ดว่า ‘ความสุข’ มันไม่ได้อยู่ที่มีหรือไม่มี ‘ความสุข’ มันไม่ได้อยู่ที่ ‘รวย’ หรือ ‘ไม่รวย’ ความสุขมันอยู่ที่ ‘ความสุข’ ที่เราจะรู้ว่าอันนี้คือ ‘ความสุข’ มองแล้วเรามีความสุขเราก็พอแล้ว เราไม่ต้องมีอย่างที่คนอื่นเขามี ถ้าอย่างงั้นสลัมแตกแน่ เราต้องไปเอาอย่างที่คนอื่นเขามี บ้านเราไม่มีแน่นอน

    พี่เรียนรู้อะไรมากมาย ความรักคือดีที่สุด ป๋ากับแม่ใช้ความรักคลุกข้าว ท่ามกลางสลัมบางแคแถวนั้นเขาพูดกันกู มึง ด่าทอกัน แต่ในบ้านเราไม่เคยได้ยินป๋ากับแม่พูดจาไม่เพราะเลย มันจะต้องมีให้เห็นแตกต่างว่าพอเข้าบ้านเราจะไม่ทำอย่างงี้

.


ชมคลิป

คลิปเปิดไม่ออก >>>>> กดตรงนี้ คลิ๊ก !!!! <<<<<

ข้อมูลและภาพจาก truststoreonline

บทความที่คุณอาจสนใจ