ผู้ปิดทองหลังพระ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงงานหนักเพื่อบ้านเมือง ในแบบของพระองค์เอง

LIEKR:

"พระเจ้าแผ่นดินก็ทรงเป็นมนุษย์ปุถุชน อาจจะทรงรู้สึกอะไรบ้าง แต่ด้วยพระขันติธรรมก็พระราชทานเมตตาให้ผู้ที่กล่าวหาใส่ร้าย..." พระผู้ปิดทองหลังพระปฏิมา ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

    "หน้าที่ของเราที่จะต้องสนองพระคุณท่านให้ดีที่สุด โดยสุดกำลังความสามารถ...พระองค์ท่านทรงเป็นตัวอย่างอันประเสริฐอยู่แล้ว เราก็มีหน้าที่ที่จะต้องรับใช้พระองค์ท่านตามความสามารถของเรา ยึดพระองค์เป็นหลักชัย แล้วก็ถวายการรับใช้สุดความสามารถของเรา”...พระราชดำรัส “พระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว”

    ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ยังดำรงพระอิสริยยศเป็น “สยามมกุฎราชกุมาร” ทรงตั้งพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะสนองพระมหากรุณาธิคุณอย่างสุดพระปรีชาสามารถ เพื่อแบ่งเบาพระราชภารกิจอันหนักอึ้งของสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี โดยทรงตามเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆ ด้วยเสมอ ตลอดจนทุ่มเทปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ในทุกด้าน เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขคืนรอยยิ้มให้ประชาชน 

 

Sponsored Ad

 

    ไม่ว่าจะเป็น ด้านการศึกษา การศาสนา การสาธารณสุข การสังคม การทหาร การต่างประเทศ และการกีฬา แม้จะเป็นพระราชภารกิจอันหนักอึ้งต่อเนื่องยาวนานไม่มีวันจบสิ้น แต่ก็ทรงปฏิบัติอย่างมีพระวิริยะ พระอุตสาหะ และพระขันติธรรม โดยมิได้ย่อท้อต่อความเหนื่อยยาก ทั้งนี้ ก็เพื่อความผาสุกของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ และเพื่อให้สมกับที่ทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้รับพระราชภาระสืบราชสันตติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ดำรงพระองค์เป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรชาวไทย โดยจะทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเป็นคุณประโยชน์อเนกอนันต์แก่อาณาประชาราษฎร์สืบไป ดังที่ทรงให้คำมั่นไว้ว่า

 

Sponsored Ad

 

    “จะปฏิบัติราชการสนองพระเดชพระคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ตามสติปัญญา และความสามารถที่มีอยู่ จะพยายามทำงานให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเท่าที่จะทำได้”

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชา Business Analytics and Intelligence และ Actuarial Science and Risk Management คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้กล่าวถึงในหลวง ร.10 ไว้ว่า คนชอบวิจารณ์กันโดยไม่รู้จริง ว่าพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ ร.10 ไม่ค่อยทรงงาน และข้าพเจ้าก็คิดว่าพระองค์ก็ทรงทราบว่ามีคนกล่าวหา แต่ไม่ทรงใส่พระทัยแต่อย่างใด พระเจ้าแผ่นดินก็ทรงเป็นมนุษย์ปุถุชน อาจจะทรงรู้สึกอะไรบ้าง แต่ด้วยพระขันติธรรมก็พระราชทานเมตตาให้ผู้ที่กล่าวหา

 

Sponsored Ad

 

    ในเรื่องที่คนกล่าวหาเล่าลือว่าพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ไม่ค่อยทรงงานนั้น ข้าพเจ้าทราบว่าไม่เป็นความจริงเลย แท้จริงทรงงานหนักมาก และทรงงานด้วยวิธีการอันเป็นแบบฉบับเฉพาะของพระองค์

    เรื่องนี้ทราบมาตั้งแต่เหตุการณ์หมู่ป่าอคาเดมีติดถ้ำขุนน้ำนางนอน ทรงโปรดให้เจ้าหน้าที่ของพระองค์ไปประจำที่หน้าถ้ำ ทรงให้ถ่ายวีดีโอ ให้ถ่ายรูปขึ้นไปถวาย ให้เขียนรายงานทูลเกล้าถวายตลอดเวลาผ่าน line ทรงหาอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนทรงติดต่อนักดำน้ำและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกด้วยพระองค์เอง และทรงให้คำปรึกษา ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดติดตามทุกระยะด้วยพระองค์เอง ทรงอดหลับอดนอนติดตามเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยพระองค์เอง 

 

Sponsored Ad

 

    ตามแบบฉบับของพระองค์ คือ ไม่ทรงต้องการให้ใครทราบว่าทรงงานเรื่องใด ทรงโปรดที่จะเงียบ โปรดที่จะให้เป็นความลับ ไม่ประกาศ ปิดทองหลังพระเงียบที่สุด แม้ผู้ที่ทำงานถวายใกล้ชิด เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายในขณะนั้น นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ก็ทราบดีและเทอดทูนพระมหากรุณาธิคุณสูงสุดอย่างยิ่ง แต่ทุกคนที่ทำงานถวายใกล้ชิดก็ทราบว่าทรงโปรดการทรงงานแบบเงียบที่สุด ไม่ให้เป็นข่าว

    พระเจ้าอยู่หัว ร.10 ทรงใช้อุปกรณ์สื่อสารต่างๆ อินเทอร์เน็ต และสมาร์ทโฟน อันทันสมัยในการสั่งงาน ในการติดตามงาน ทรงติดตามงานอย่างใกล้ชิด ทรงจดจำได้ทุกรายละเอียดอย่างแม่นยำ และใส่พระทัยอย่างยิ่ง ทำให้คนทำงานถวายทำงานกันแทบไม่ทัน เมื่อทรงตื่นจากพระบรรทมก็แทบจะทรงสั่งงานและตามงานในทันที และทรงงานผ่าน line application สั่งราชการคณะองคมนตรี และสำนักพระราชวังหรือส่วนราชการอื่นๆ แทบจะทั้งวัน

 

Sponsored Ad

 

    ในรัชกาลนี้ ทรงแบ่งและมอบหมายงานให้องคมนตรีแต่ละท่าน ทำงานถวายเป็นด้านๆ ไป องคมนตรีแต่ละท่านมีงานที่ต้องรับผิดชอบทำถวายในภารกิจที่แตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน บางท่านรับผิดชอบสามจังหวัดใต้ บางท่านรับผิดชอบด้านสาธารณสุข บางท่านรับผิดชอบด้านเกษตร บางท่านรับผิดชอบเรื่องความมั่นคง และบางท่านรับผิดชอบด้านการศึกษา ทรงมอบหมายงานแบบทหาร คือแบ่งงานและให้รับผิดชอบในแต่ละงานอย่างชัดเจน นี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าได้ยินมา

    พระเจ้าอยู่หัว ร.10 ไม่ทรงชอบตรัส ข้าพเจ้าจำได้ว่าเมื่อคราวสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร (พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว) ตามเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (พระบรมราชชนนีพันปีหลวง) ประพาสสหรัฐอเมริกา และเมื่อสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงให้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสกับคนไทยในสหรัฐอเมริกาที่มาเข้าเฝ้า ทรงส่ายพระพักตร์ ด้วยความประหม่า และเขินอาย และมีพระราชกระแสว่า ข้าพเจ้าไม่ใช่คนพูดเก่งนัก และตรัสเพียงสั้นๆ แล้วทรงให้ขอเชิญเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงต่อไป แสดงให้เห็นว่ามีพระอุปนิสัยไม่โปรดที่จะตรัสมากนักมาแต่ไหนแต่ไร

 

Sponsored Ad

 

    แม้จะไม่ทรงชอบตรัส ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ทรงงานแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามโปรดเขียนและพิมพ์สั่งงาน ติดตามงานด้วยพระองค์เอง ผ่านอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ข้าพเจ้าได้รับฟังมาว่าในบางคราวมีพระราชหัตถเลขาให้องคมนตรีเชิญไปให้ผู้ที่ต้องรับรับสั่งหรือทำงานถวายได้มีโอกาสได้อ่านพระราชดำริในการทรงงานอย่างชัดเจนด้วยตัวเอง

    ในหลวง ร.10 ทรงงานในเวลาเดียวกับ ในหลวง ร.9 คือทรงงานเวลากลางคืนและบรรทมในเวลากลางวัน ไม่ว่าจะประทับที่ประเทศใดก็ตาม ธรรมเนียมการทรงงานในเวลาค่ำคืนของพระเจ้าแผ่นดินนี้สืบทอดกันมาในพระมหาบรมราชจักรีวงศ์ เท่าที่ข้าพเจ้าได้อ่านและได้ศึกษามาด้วยตนเอง เป็นเช่นนี้ย้อนหลังไปอย่างน้อยที่สุดตั้งแต่รัชกาลที่ 4

Sponsored Ad

    ข้าพเจ้าโชคดี ได้มีโอกาสรับฟัง น้องๆ พี่ๆ ที่ทำงานให้องคมนตรีหลายท่าน ได้รับรับสั่งให้ทำงาน ติดตามงาน ได้เล่าให้ฟังว่า ทรงงานหนักมาก และทรงแม่นยำ ติดตาม ใส่พระทัยในงานต่างๆ อย่างยิ่ง ทำงานถวายกันไม่ได้หยุดเลย เพราะทรงงานหนักมาก แบบฉบับการทรงงานเช่นนี้ ทำให้แม้แต่การเขียนเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ประชาชนทราบก็เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าเองก็ไม่มั่นใจว่าจะเป็นการขัดพระราชอัธยาศัยหรือไม่ แต่เนื่องจากมีคนจำนวนมากกล่าวว่าพระองค์ท่านว่าไม่ทรงงาน ซึ่งอันนี้เป็นข้อความอันเป็นเท็จ และไม่เป็นธรรมแก่พระองค์ด้วย แต่พระเจ้าอยู่หัว ร.10 ก็ยังทรงพระมหากรุณายิ่ง ไม่โปรดให้ใช้ประมวลกฏหมายมาตรา 112 แต่อย่างใด

    ข้าพระพุทธเจ้าจึงอยากจะเขียน เพื่อให้คนไทย ได้รับทราบความจริง และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม อยากให้คนไทยได้ลองอ่านบทสัมภาษณ์เปิดเผยความในพระทัยของพระองค์ในนิตยสารดิฉันเมื่อยังทรงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร กันเถิดครับ แล้วจะไม่แปลกใจว่าทำไมโปรดทรงงานแบบเงียบที่สุด

ภาพจากบทพระราชทานสัมภาษณ์นิตยสารดิฉัน เมื่อปี พ.ศ.2530 ภาพและบทสัมภาษณ์ที่เก็บรักษาไว้อย่างดีของคุณ Chanchira phanphaeng และเผยแพร่ในโลกออนไลน์โดยอัษฎางค์ ยมนาค

    "...การใดที่ข้าพระพุทธเจ้าเขียนตามที่ได้ยินได้ฟังมาจากผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้น้อยที่ได้ถวายงานใกล้ชิด ข้าพระพุทธเจ้าก็ขอนำมาเล่าให้คนไทยได้รู้กัน เพื่อให้คนไทยได้เข้าใจให้ถูกต้อง เพราะข้าพเจ้าเชื่อว่าไม่มีวิธีการใดดีที่สุดเท่ากับการนำเสนอความจริง" - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์

.

.

    ในเดือนมหามงคล อันเป็นวาระแห่งวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม ข้าพระพุทธเจ้าขอกราบถวายพระพร ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

ที่มา : thairath, ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์

บทความที่คุณอาจสนใจ