ผมออกแบบ "บ้านทรงสามเหลี่ยม" ใช้เวลาก่อสร้าง6ปี ทุกคนที่เข้าไป ต่างไม่อยากออกมาเลย

LIEKR:

บ้านที่เป็นยิ่งกว่าบ้าน อบอุ่น ผ่อนคลาย คุณก็น่าจะมีสักหลังในชีวิตนะ ไม่จำเป็นต้องหรูหรา แค่มันสัมผัสจิตใจของเราก็เพียงพอแล้ว

 หมายเหตุ : สามารถรับชมคลิปเต็มได้ที่ด้านล่างบทความค่ะ 

    ปัจจุบันมีการออกแบบสร้างบ้านในทรงต่างๆมากมาย ไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดิมๆเท่านั้น ทำให้เราสามารถเห็นบ้านหรือตึกมากมายหลายรูปแบบที่แวกแนวและสร้างสรรค์มาก เช่นเดียวกับสถาปนิกรายนี้ 

    เมื่อเร็วๆ นี้ สื่อนอกได้เปิดเผยผลงานการออกแบบบ้านของสถาปนิกชาวไต้หวันคนหนึ่งที่ชื่อ Mao Shen Chinage เขาเล่าว่าในปี 2013 ได้ซื้อที่ดินเล็ก ๆ บนเกาะแห่งหนึ่งในเขตไถหนาน ไต้หวัน เขาใช้เวลากว่า 6 ปีในการสร้างบ้านหลังนี้ ที่เปรียบเหมือนสวรรค์ส่วนตัว 

 

Sponsored Ad

 

    เป็นบ้านแบบสามเหลี่ยม เขาตั้งชื่อบ้านหลังนี้ว่า "เมาเซือ" แปลว่าบ้านของเมา เขาจะเดินทางมาพักผ่อนที่นี้ทุกวัน มานั่งอ่านหนังสือ ดื่มน้ำชา เลี้ยงปลาคนเดียว เมื่อพักผ่อนจนอิ่มหนำใจแล้วก็จากไป

 

Sponsored Ad

 

    Mao Shen Chinage มีอาชีพเป็นสถาปนิกคนหนึ่ง เขาไม่เคยเรียนมหาวิทยาลัย ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ไม่เคยได้รับการอบรบเกี่ยวกับทางด้านสถาปัตยกรรมเลย ตอนอายุ 33 ปี เนื่องจากความหลงใหลในสถาปัตยกรรม ทำให้เขาตัดสินใจเลิกธุรกิจเสื้อผ้าที่ทำกำไรได้มากมาย และหันมาเริ่มต้นจาก 0 เรียนรู้ด้านการออกแบบ สถาปัตยกรรมใหม่

    ไอดอลของเขาคือ Tadao Ando นักออกแบบ สถาปนิกชาวญี่ปุ่น ยิ่งไปกว่านั้นคือ เขายังเป็นตัวแทนของอาคารคอนกรีตของไต้หวัน และเทคโนโลยีการก่อสร้างด้วยคอนกรีตที่มีความยากมาก ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างสูงในอุตสาหกรรม

 

Sponsored Ad

 

Mao Shen Chinage's House

    Mao Shen Chinage กล่าวว่า "ผมก็ต้องการเฟ้นหาทำสิ่งที่ยากมาก บ้านเหล่านี้จะสวยงามมากขึ้นในอีก 50 ปีข้างหน้า และมันยังคงมีอยู่ต่อไปอีก 100 ปี และในอนาคตอีก 200 ปี มันก็จะเป็นตัวแทนชีวิตผม"

    Yuguang Island ซึ่งตั้งอยู่เขตไถหนานของไต้หวัน เป็นเกาะที่กว่า 10 ปีมาแล้วทางการไม่เคยเปิดให้ท่องเที่ยวเลย ดังนั้นคนในพื้นที่จึงค่อนข้างใช้ชีวิตในแบบดั่งเดิมมาก 

 

Sponsored Ad

 

    และนี่คือบริเวณด้านหน้าบ้านของผม

    ประตูทางเข้า

    โครงสร้างบ้านเมาเซือ มีทั้งหมด 4 ชั้น เป็นทรงสามเหลี่ยม แต่ละชั้นก็ใช้พื้นที่อย่างประหยัด

 

Sponsored Ad

 

    เขาเป็นเหมือนหนูทดลองเลย ที่ต้องลองทำอะไรใหม่ๆ แวกแนว เขาอยากทำบ้านที่ผ่อนคลายได้จริงๆ อยากมีพื้นที่ที่ทำให้ตนเองได้ปลดปล่อยจริงๆ

.

 

Sponsored Ad

 

    ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่เขารู้สึกได้ผ่อนคลาย ชั้นหนึ่งเป็นห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องสมุด ห้องนอนพักผ่อนเล็กๆ

Sponsored Ad

    เนื่องจากอายุของผมก็มากขึ้นทุกวัน จึงออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกที่ปราศจากสิ่งกีดขวาง เดิมทีผมต้องการสร้างลิฟต์ในอาคาร แต่คิดว่าไม่ต้องการหาข้ออ้างให้ตนเองขี้เกียจ ต่อมาจึงไม่ได้สร้างตั้งลิฟต์ ผมคิดหากวันหนึ่งถ้าผมมีปัญหาในการเคลื่อนไหวก็คงจะอยู่ชั้นหนึ่งเนี่ยแหละ

.

    ส่วนชั้นสอง ก็จะเป็นห้องน้ำชานั่งพื้นเรียบ เมื่อเดินเข้ามาก็จะได้กลิ่นไม้ไผ่และกลิ่นไม้ที่หอม ส่วนหน้าต่างก็เป็นกระจกจะได้มองออกไปเห็นด้านนอกได้อย่างกว้างขวาง พื้นที่สีเขียวสบายตา สบายใจ

.

.

    โดยส่วนใหญ่แล้วผมจะมานั่งจิบชาที่นี่ทุกเย็น เปิดเพลงฟังสบาย นั่งเงียบๆคนเดียว ปล่อยตนเองให้ตกตะกอนความคิดสักครู่

    ต้นเกรียนไม้มงคล (China berry) เขียวสวยที่อยู่ด้านนอกหน้าต่าง บ้านยังสร้างไม่เสร็จ ผมก็เอาต้นไม้มาปลูกเรียบร้อยแล้ว จะได้เห็นพื้นที่สีเขียวเต็มไปหมด ต้นเกรียนไม้มงคลนั้นออกดอกสีม่วง ยิ่งช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกสีม่วงเต็มต้นไม้ไปหมด ดูแล้วสบายใจสบายตาจริงๆ

    ชั้นสามเป็นสถานที่ที่ฉันนั่งสวดมนต์ ฉันเชื่อในพระพุทธศาสนา แหละห้องนี้ก็เปรียบเหมือนวัดขนาดเล็ก มีเครื่องเรือนน้อย มีเพียงรูปปั้นพระพุทธรูปเพียงองค์เดียวเท่านั้น

    เศียรเจ้าแม่กวนอิมดินเผาองค์นี้ ผมได้นำมาบูรณะใหม่ เนื่องจากมันเป็นของเก่าแก่ที่ชำรุดไปมาก 

    ส่วนเวลางานผมก็จะอยู่ห้องนี้ เป็นห้องใต้ดิน เป็นพื้นที่สุญญากาศและไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ตอนผมทำงานออกแบบก็จะปิดประตู หน้าต่าง และมือถือ จากนั้นจะเปิดเพลงบรรเลงเบาๆ สบายๆ แยกตัวเองออกจากโลกภายนอกและจดจ่อกับงานของผมเพื่อที่จะได้ตั้งใจทำงาน

.

    ส่วนบริเวณด้านนอกก็จะมีสวนหญ้าเล็กๆ สวยงามให้เดินเล่นอย่างสบายอารมณ์ ช่วงพักผ่อนตอนเย็นก็เดินออกไปรดน้ำต้นไม้

    ส่วนอีกมุมหนึ่งของสวนก็จะมีบ่อเลี้ยงปลา รดน้ำต้นไม้เสร็จก็จะเดินไปให้อาหารปลาด้วย ยืนดูปลาแล้วทำให้สมองปลอดโปร่งดีมาก

    จากนั้นก็เล่นกับสุนัขที่เลี้ยงไว้ มีโต๊ะเก้าอี้เล็กๆ บริเวณด้านนอกเช่นกัน

.

    นี่แหละคือสิ่งที่ผมอยากจะแบ่งปัน มันเป็นบ้านที่ทำให้ผมมีกำลังใจและมีพลังที่จะก้าวต่อไปในวันพรุ่งนี้ เป็นยิ่งกว่าบ้านธรรมดาทั่วไปเท่านั้น

    ปัจจุบันผมอายุ 62 ปีแล้ว พยายามอย่างมากสำหรับการออกแบบจนถึงทุกวันนี้ ผมบอกได้เลยว่าตลอด 24 ชม. ผมใช้เวลาไปกับการออกแบบเกือบทั้งหมด เพราะนี่คืองานอดิเรกที่ผมชอบมากและผมก็ชอบฟังเพลงบรรเลงสบายๆหูด้วย

    พ่อของผมจากไปตั้งแต่ผมอายุ 5 ขวบ ในบ้านมีพี่น้อง 8 คน ผมเป็นคนเล็กสุดของบ้าน เนื่องจากฐานะทางบ้านไม่ดี ทำให้ผมต้องหยุดเรียนตอนมัธยมต้น และต่อมาก็มาเปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้า ขยายใหญ่จนเป็นบริษัท

    ตอนผมอายุ 30 ปี ธุรกิจของผมขยายใหญ่โตมาก ในตอนนั้นบริษัทของผมมีพนักงาน 500 คน ทำรายได้มหาศาลให้กับผม แต่เพื่อตามหาความใฝ่ฝันที่ชื่นชอบ จึงยกบริษัทให้กับหุ้นส่วน ส่วนตนเองก็ออกมาเรียนรู้การออกแบบ เริ่มนับใหม่จาก 0 ผมเข้าไปทำงานเป็นพนักงานทั่วไปในไซต์งานก่อสร้าง ผมยังจำได้ว่าตอนนั้นอายุ 33 ปี ถือว่าอายุไม่น้อยแล้ว ทุกคนรู้จักนิสัยผมดี ไม่มีงานอะไรที่ผมทำไม่ได้  คนในครอบครัวสนับสนุนผมมาตลอด แม้จะไม่มีกินพวกเขาก็ไม่เคยพูดตัดกำลังของผม พวกเขาจะพูดเสมอว่า "ดี ถ้าคุณชอบก็ทำไปเลย"

    ผมได้เขียนบันทึกเล่มหนึ่ง ในนั้นมีคำพูดหนึ่งที่ผมเขียนไว้ว่า "ผมจะทำสิ่งเดียว นั่นก็คือ การออกแบบ และผมมีความเชื่อมั่นว่าผมจะไม่แพ้คนอื่นเด็ดขาด"

    ในปี 1999 ผมไปนั่งเรียน นั่งฟังบรรยายในภาควิชาสถาปัตยกรรมที่มหาวิทยาลัย Chenggong ของเขตไถหนาน นั่งฟังมานาน 3 ปี เรียนรู้ระบบความรู้ด้านสถาปัตยกรรมอย่างเป็นทางการมากขึ้น ผมยังคงเดินทางไปญี่ปุ่นหลายครั้ง เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีและวิธีการก่อสร้างอาคารสถาปัตยกรรมคอนกรีตซึ่งตอนนั้นในไต้หวันไม่มีคนทำมาก่อน ผมเริ่มวัดมาตรส่วนการผสม ค่อยๆทำมาเรื่อยๆ ผสมผิดบ้าง ถูกบ้าง จนประสบความสำเร็จ ออกมาเปิดบริษัท

    ผมลองผิดลองถูกมามาก ล้มเหลวมาหลายครั้งกว่าจะมีวันนี้

    นี่คือ Tadao Ando นักออกแบบ สถาปนิกชาวญี่ปุ่น

.

    นี่คืออาร์ตแกลอรี่ของไถหนานที่สร้างจากสถาปัตยกรรมคอนกรีต ในปี 2020 ซึ่งพวกเขาเชิญ Tadao Ando นักออกแบบ สถาปนิกชาวญี่ปุ่นมาช่วยออกแบบสร้าง ทำให้ผมมีโอกาสได้ร่วมงานและเรียนรู้งานจากเขา 


    นี้คือออฟฟิศ CASA ของไถหนานที่ผมออกแบบ

    ร้านกาแฟ ในไถหนาน

    ออฟฟิศอีกแห่งที่สร้างจากคอนกรีต ในไถหนาน


สำนักงานใหญ่ Arashi ของไถหนานก็เป็นอีกหนึ่งผลงานของผมเช่นกัน

    บ้านสร้างจากคอนกรีตผมงานผมอีกนั้นแหละ

    ในปี 2005 ผมก็สร้างบ้านหลังหนึ่งใช้แซ่ของผมตั้งชื่อผลงานบ้านหลังนี้ว่า "เมาเคิง" แปลว่า เสียงจังหวะของนายเมา

.

    ประตูทางเข้าที่มีความโดดเด่นไม่มีใครเหมือน

.

.

.

.

    เราทุกคนอาศัยอยู่ในโลกของแห่งการร่ายรำ และชีวิตนั้นก็แสนสั้น ผมมักถามตัวเองสามประโยคว่า: เมื่อเรามาในยุคนี้แล้ว คุณได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง และเหลืออะไรไว้บ้าง?

    ที่จริงผมไม่ค่อยชอบให้สัมภาษณ์ เพราะเรื่องเกี่ยวกับการออกแบบอาคาร มันสามารถสื่อออกมาได้ด้วยผลงานของมันเอง เมื่อประตูเปิดออก และคนที่เดินเข้าไปในอาคาร เริ่มทำตาโต เพราะทึ่งกับการออกแบบอาคาร แค่นี้คุณก็จะเข้าใจแล้วว่า เขากำลังคิดเห็นอย่างไรกับการออกแบบนี้ ไม่ต้องไปนั่งอธิบายอะไรให้มากมาย

ชมคลิป

คลิปเปิดไม่ออก >>>>> กดตรงนี้ คลิ๊ก !!!! <<<<<

ที่มา :idea543

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR

บทความแนะนำ More +

บทความที่คุณอาจสนใจ