เขาไม่เคยลืมว่าตัวเองเคย จ น ยอมให้หักเงินเดือน แลกวันหยุด บินกลับไปรักษาคนที่บ้านเกิด

LIEKR:

"ผมเชื่อว่าความสุขไม่ได้เกิดจากการเป็นผู้รับ แต่เกิดจากการได้เป็นผู้ให้.."

        เมื่อไม่นานมานี้เว็บไซต์ต่างประเทศได้รายงานว่า โอลาวาเล สุไลมาน (Wale Sulaiman) เกิดในครอบครัวยากจนของชุมชนที่ยากไร้ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไนจีเรีย เขาใฝ่ฝันอยากเป็นหมอ เพื่อช่วยให้ผู้คนได้มีชีวิตที่ดีขึ้น 

Sponsored Ad

        แต่ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเด็กที่หัวดี เรียนเก่ง แต่มันคงเป็นไปได้ยาก เพราะสถานภาพทางการเงินของครอบครัวนั้นค่อนข้าง ขั ด ส น มาก ทำให้ครอบครัวไม่มีเงินมากพอที่จะส่งเ สี ย ให้เขาเรียนมหาวิทยาลัยได้

Sponsored Ad

        จนกระทั่ง โอลาวาเล สุไลมาน อายุได้ 19 ปี เขาก็ได้รับการหยิบยื่นโอกาสที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยคาดคิดว่าชีวิตนี้จะได้รับ เขาได้รับทุนไปเรียนหมอที่ต่างประเทศ และส่งผลให้ปัจจุบันเขาได้กลายเป็นหนึ่งในหมอด้าน ศั ล ย ป ร ะ ส า ท ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในสหรัฐอเมริกา

Sponsored Ad

        ในวันที่ โอลาวาเล สุไลมาน ประสบความสำเร็จ หมอโอลาวาเล ยอมเสียสละหลายสิ่งหลายอย่าง เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล จากทวีปอเมริกา ไปยังทวีปแอฟริกา เพื่อกลับไป รั ก ษ า ผู้คนในบ้านเกิดของเขา เพราะเขาไม่เคยลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเองในอดีต นั่นคือการช่วยผู้คนให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

Sponsored Ad

        ปัจจุบัน หมอโอลาวาเล อายุ 49 ปี เขาดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนก ป ร ะ ส า ท ศั ล ย ศ า ส ต ร์ ของสถาบันประสาทวิทยาศาสตร์ออชส์เนอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ชีวิตในวัยเด็กของเขานั้นแตกต่างจากปัจจุบันมาก เขาเกิดในครอบครัวใหญ่ มีพี่น้อง 10 คน แต่ละคนต่างนอนเบียดเสียดกันบนเสื่อบางๆ ที่ปูพื้น ห่างไกลจากคำว่าอยู่ดีกินดี

Sponsored Ad

        หลังจากเขาได้รับทุนการศึกษา เขาพากเพียรเรียนจนจบ ตั้งใจทำงาน กระทั่งสามารถตั้งตัวได้ และเปิดบริษัทด้านการแพทย์เป็นของตัวเอง แต่เท่านั้นยังไม่พอ เพราะเขาเล็งเห็นว่าตัวเองควรกลับไปพัฒนาระบบสาธารณสุขในบ้านเกิด หมอโอลาวาเล ตัดสินใจใช้วันหยุดพักร้อนทั้งหมด ไปกับการเดินทางไป รั ก ษ า ผู้คนที่ไนจีเรีย เขาได้บริจาคทุนทรัพย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์เป็นจำนวนมาก และตั้งใจเปิดแหล่งฝึกฝนเรียนรู้ด้านประสาทวิทยาที่ไนจีเรีย

Sponsored Ad

        โดย หมอโอลาวาเล ได้เจรจากับต้นสังกัดในสหรัฐฯ ยินยอมให้หักเงินเดือน 25 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เขาได้มีวันหยุดพักร้อนเพิ่มมากขึ้น จะได้ไปช่วย รั ก ษ า ผู้คนที่ไนจีเรียได้นานๆ โดยในปัจจุบัน เขาเดินทางไป-กลับ สหรัฐฯ-ไนจีเรีย ทุกเดือน อย่างน้อยเดือนละ 12 วัน

Sponsored Ad

        บริษัทวิจัยด้านการแพทย์ของหมอโอลาวาเล ได้ รั ก ษ า ค น ไ ข้ ที่ไนจีเรียมาแล้วกว่า 500 ราย และได้แจกจ่ายยาให้แก่ผู้ ป่ ว ย ย า ก ไ ร้ กว่า 5,000 ราย โดยในปัจจุบัน บริษัทวิจัยด้านการแพทย์ของหมอโอลาวาเลได้กลายเป็นมูลนิธิการกุศลที่ไม่แสวงผลกำไร และให้การ รั ก ษ า ด้าน ป ร ะ ส า ท วิทยาฟรีๆ แก่ผู้ ป่ ว ย ย า ก ไ ร้ และนั่นยังไม่ใช่ก้าวสุดท้ายของเขา เพราะเขาจะยังมุ่งมั่นทำงานต่อไป ยอมเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางข้ามทวีป เพื่อผู้คนในบ้านเกิดของเขา แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับผลตอบแทนเป็นเม็ดเงินจากสิ่งนี้ แต่รอยยิ้มและความสุขของผู้ ป่ ว ย เป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดแล้ว

        "ผมเชื่อว่าความสุขมันไม่ได้เกิดจากการเป็นผู้รับ แต่เกิดจากการได้เป็นผู้ให้ ซึ่งการเป็นผู้ให้นั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นเศรษฐีเงินล้านหรอกครับ ถึงจะให้ได้ เพราะมันมีโอกาสมากมายให้เราได้ทำสิ่งนั้นครับ" หมอโอลาวาเล กล่าว

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก Ochsner Neurosciences Institute, ITV, Euracare, kapook

บทความที่คุณอาจสนใจ