เขา "เก็บทารก" มาจากกองขยะ เลี้ยงดู16ปี ขนาดไม่สบายก็ไม่ยอมเสียเงินไปหาหมอ

LIEKR:

ผมขอใช้ชีวิตตนเองเพื่อแลกชีวิตเด็กคนนี้ได้ไหม

    มีความรักชนิดหนึ่ง เป็นรักที่ลึกซึ้ง ไม่เห็นแก่ตัว นั้นก็คือรักอย่างบริสุทธิ์ใจของพ่อ ในโลกใบนี้ยังมีรักแบบนี้อยู่จริง บุคคลที่ทะนุถนอมความรักอันยิ่งใหญ่นี้และช่วยเหลือทุกคนด้วยความมีน้ำใจ แม้ว่าคนรอบข้างจะหัวเราะเย้าะหาว่าเขาโง่เขลาก็ตาม  แต่เขาก็ยืนหยัดที่จะทำความดีและมีทัศนคติแบบนี้ตลอดไป นั้นคือการมอบความรักเพื่อละลายความเศร้าหมอง 

 

    สื่อต่างประเทศเปิดเผยว่า ได้มีชายคนหนึ่งที่ชื่อ ลู่อันปัง ได้เก็บทารกหญิงที่โดนพ่อแม่แท้ๆทิ้งไว้ที่ขยะ ซึ่งขณะนั้นเขากำลังเดินทางไปทำงาน แต่กลับได้ยินเสียงเด็กร้องดังมาจากกองขยะข้างทาง 

 

Sponsored Ad

 

    เรื่องราวเกิดขึ้นช่วงเช้าของวันหนึ่งเมื่อปี 2004 ขณะกำลังทำงานก็ได้ยินเสียงร้องดังมาจากกองขยะข้างทาง ตอนแรกนึกว่าเสียงสุนัขจรจัด แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้ก็พบว่าเป็นทารกที่เพิ่งเกิด เขาตกใจมากไม่คิดว่าจะเจอเรื่องแบบนี้ เขาบอกว่าตอนนั้นเขาขาสั่นมาก มองดูทารกแล้วสงสารจับใจรีบเข้าไปอุ้มทารกขึ้นมาและพากลับบ้านทันที 

 

     ลู่อันปัง เมื่อกลับถึงบ้านก็พบว่าทารกพิการ จึงได้พาทารกไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และหลังจากตรวจเสร็จหมอก็บอกกับลู่อันปังว่า เด็กคนนี้มีกลุ่มอาการไขสันหลังถูกดึงรั้ง เป็นความพิการทางระบบประสาทแต่กำเนิด ลู่อันปังคิดว่าหากเขาทอดทิ้งไม่ดูแลเด็กคนนี้อีก เด็กคนนี้อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ จึงตัดสินใจรับเลี้ยงไว้เอง และตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ว่า “ลู่จิ่งหยวน”

 

Sponsored Ad

 

 

     ฐานะของลู่อันปังก็ไม่ใช่คนร่ำรวยอะไร ตอนนั้นเขาอายุ 59 ปีแล้ว เขามีความรู้นิดหน่อยเกี่ยวกับเทคนิคการทำระเบิด ซึ่งเรียนรู้มาจากในกองทัพขณะที่เป็นทหารอยู่นั้น  เขาทำงานอยู่ในเหมืองทำระเบิดดินถ่านหิน รายได้รายวันน้อยกว่า 200 หยวน (ราวๆ 890 บาท) แค่เลี้ยงเด็กธรรมดาคนหนึ่งก็เป็นภาระหนักแล้ว แต่นี่ต้องมาเลี้ยงดูเด็กที่มีความผิดปกติ มีโรคประจำตัวอีกยิ่งลำบากมากขึ้นแน่ๆ 

 

 

Sponsored Ad

 

    แต่เนื่องจากลู่อันปังเคยเป็นทหารมา 8 ปี ทำให้เขามีนิสัยที่ความรับผิดชอบสูง เขาบอกว่า “เด็กคนนี้เขาเป็นคนพบเจอเอง ดังนั้นเขาจะปล่อยไปโดยไม่สนใจไม่ได้ เพราะเช่นนั้นเด็กคนนี้คงไม่มีชีวิตรอดต่อไปแน่ๆ ”

 

     วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก หลายปีผ่านไป แม้สุขภาพร่างกายของเด็กคนนี้จะแย่ลงเรื่อยๆ แต่ลู่อันปังก็ไม่เคยคิดที่จะทอดทิ้งเด็กคนนี้เลย แม้ชีวิตของเขาจะลำบากมากก็ตาม

 

Sponsored Ad

 

 

    เขาพยายามพาเด็กคนนี้ไปหาหมอหลายแห่งแล้ว เพื่อทำการรักษาจนต้องนำบ้านที่มีอยู่หลังเดียวไปจำนอง เขามีความคิดเดียวก็คือ จะยอมทำทุกอย่างเพื่อจะสามารถรักษาเด็กคนนี้ที่เปรียบเสมือนลูกสาวให้หายได้

 

 

Sponsored Ad

 

    เมื่อเด็กโตขึ้นก็ต้องเข้าโรงเรียนตามเด็กทั่วไป คุณครูประจำชั้นตั้งแต่ป.1-5 ของเด็กคนนี้เล่าว่า “แม้ว่าสุขภาพของเด็กคนนี้จะไม่ดีเท่าไหร่ แต่เธอเป็นเด็กที่ฉลาดมาก จดจำเรียนรู้ได้เร็ว ผลการเรียนก็ดีมาก” ต่อมาเมื่อโรงเรียนทราบเรื่องของเธอก็มักจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออยู่เสมอ

 

    สิ่งที่น่าเสียดายก็คือตอนเข้าเรียนระดับมัธยมต้น ลู่อันปัง ไปขอยืมเงินจากเพื่อนๆ และพยายามทำงานหนักขึ้นเพื่อหาเงินมารักษาลู่จิ่งหยวน ท่ามกลางเสียงคัดค้านของเพื่อนๆ แต่เขาก็ไม่ฟัง

 

Sponsored Ad

 

     แต่คนทำดีก็ต้องได้รับสิ่งที่ดีตอบแทน ต่อมามีผู้ใจดีหลังจากได้ยินเรื่องราวของลู่อันปังก็ตัดสินใจที่จะเข้ามาช่วยหรอ และทางโรงเรียนก็เข้ามาช่วยเหลือเธอเช่นกัน จนกระทั่งเด็กหญิงคนนี้ได้รับการผ่าตัดถึง 2 ครั้ง อาการของเด็กหญิงเริ่มดีขึ้น

 

    เมื่อมีนักข่าวเข้าไปถามว่า “เสียใจ” ที่เลือกเลี้ยงเด็กคนนี้ไหม เขาก็ตอบว่า “ไม่เคยคิดเสียใจเลย”  

Sponsored Ad

 

    ปัจจุบันเขาอายุ 69 ปีแล้ว ยังต้องวิ่งไปมาระหว่างโรงพยาบาลกับบ้าน เขายุ่งและเหนื่อยมากจนไม่ได้ถ่ายหนักมา 1 อาทิตย์แล้ว เขารู้สึกปวดท้องจนทนไม่ไหวเลยไปหาหมอ หลังตรวจลำไส้เสร็จ หมอก็บอกว่าลำไส้อุดตันหนัก จึงต้องทำการผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตในครั้งนั้น 

 

    ในเดือนกันยายน ปี 2019 ร่างกายของลู่อันปังก็ทรุดหนักอีก แต่เขาไม่ไปหาหมอกินยาแก้ปวดเพื่อระงับอาการไว้ เนื่องจากเขาอยากจะนำเงินสะสมของตนเองไปรักษาลู่จิ่งหยวนมากกว่า และอยากเก็บเงินให้เธอได้ใช้ในอนาคต 

 

    ลู่อันปังพูดทั้งน้ำตาว่า “ลู่จิ่งหยวนอายุยังน้อย ในอนาคตเธอยังต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อรักษาตนเอง ส่วนผมอายุมากแล้ว ไม่กลัวตายหรอก ผมยอมใช้ชีวิตอีก 10 ปีข้างหน้าเพื่อต่ออายุให้ลู่จิ่งหยวนได้มีอายุยืนยาว 100 ปี”

 

    ช่างเป็นคุณพ่อที่เสียสละจริงๆ เชื่อว่าอุปสรรคครั้งนี้หากผ่านมันไปได้แล้ว จะต้องมีวันที่สดใสรออยู่แน่นอน ขอให้พ่อลูกคู่นี้มีชีวิตและสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นจะได้อยู่เคียงข้างกันและกันตลอดไป

 

ที่มา : lookforward | เรียบเรียงโดย LIEKR

บทความที่คุณอาจสนใจ