เปิดชีวิต "ตูมตาม ยุทธนา" วัยรุ่นสู้ชีวิต ทำงานส่งพี่ชายเรียนวิศวะ หนี้เกือบล้าน สู่แชมป์ The Star

LIEKR:

ต้องดิ้นรนจนเกือบไม่ได้เรียน เพราะที่บ้านค่อนข้างลำบาก เป็นหนี้เกือบล้าน พลิกชีวิตสู่นักร้องแนวหน้าของเมืองไทย!

หมายเหตุ : สามารถรับชมคลิปเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่างบทความค่ะ

        สำหรับ ตูมตาม ยุทธนา หรือ ตูมตาม เดอะสตาร์ 7 แล้ว เรียกได้ว่าเขาคือนักร้อง นักแสดงมากความสามารถ ที่กว่าจะมีวันนี้ได้เจ้าตัวต้องดิ้นรนจนเกือบไม่ได้เรียน เพราะที่บ้านค่อนข้างลำบาก เป็นหนี้เกือบล้าน ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31

        หลายคนคิดว่าตูมตามเป็นคนอีสาน แต่ไม่ใช่ คุณเป็นคนที่ไหน ?

 

Sponsored Ad

 

        ตูมตาม : ผมเกิดและโตที่นครสวรรค์ ที่บ้านเป็นอำเภอใหม่ที่มีคนจากหลายจังหวัดมารวมตัวกัน แล้วหลัก ๆ จะเป็นคนอีสานที่มาอยู่ แล้วจะคุยกันภาษาอีสาน และผมก็พูดภาษาอีสานตั้งแต่เด็ก

        มาเริ่มเข้าเวทีเดอะสตาร์ทั้งที่ไม่ชอบการประกวดเลย?

 

Sponsored Ad

 

        ตูมตาม : ใช่พี่ คือด้วยเหตุผลหนึ่งในการใช้ชีวิตของผมมันเป็นเพราะว่าเรารับรู้ปัญหาในครอบครัวตลอด พอทีนี้ถึงจุดหนึ่ง จุดที่ต้องใช้เงินเยอะมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็เริ่มไม่สบาย พี่ชายเรียนวิศวะ ผมก็ต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัย แล้วผมก็รู้สึกว่ามันไม่มีเงิน แล้วผมก็โอเค...เรื่องเรียนเอาไว้ก่อนก็ได้ ตอนนั้นผมจบ ม.6 ก็เลยบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าเดี๋ยวจะช่วยงานหาเงินเพื่อส่งพี่ชายให้เรียนจบก่อน เขาจะได้เอาเงินมาส่งผมต่อ แต่เราโชคดีที่ได้ใช้โควตาการเป็นนักร้อง ที่มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ได้เรียนฟรี แต่ก่อนหน้านั้น เราเป็นเด็กต่างจังหวัดก็จริง แต่เราคิดต่างนะ เราคิดว่าถ้ามีโอกาสตรงไหนก็อยากไปประกวดเพื่อจะช่วยครอบครัว ทีนี้ เดอะสตาร์ ปี 6 เปิดพอดี ในช่วงที่ผมอยากจะประกวด ผมก็ไปประกวดแต่ตกรอบ แต่พอปีที่ 7 เป็นช่วงที่ผมย้ายเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ก็เลยมาประกวดอีกที และได้เข้ามาเป็นเดอะสตาร์ ปีที่ 7 คือทุกครั้งก็จะคุยกับคุณพ่อคุณแม่ตลอด เขารู้ดีว่าผมไม่ชอบการประกวด ผมไม่กล้าแสดงออก เขาก็เลยบอกมีเวทีประกวดลูกทุ่งที่วัดไปประกวดให้ดูก่อน ตอนนั้นผมได้ที่ 2

 

Sponsored Ad

 

        พ่อ-แม่ ภูมิใจไหมที่ลูกได้รางวัลตอนนั้น ?

        แม่ : ภูมิใจมากค่ะ

        พ่อ : ไม่เคยคิดว่าเขาจะได้ คือเขาเป็นคนที่ทำอะไรเนี่ยไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอัน ผมก็เลยไม่ค่อยมั่นใจ

        ชีวิตก่อนเป็นศิลปินกับหลังเป็นศิลปินต่างกันขนาดไหน ?

 

Sponsored Ad

 

        ตูมตาม : ต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยครับ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องทำงานแบบหาเช้ากินค่ำเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนประกวดคุณแม่ขายน้ำพริก ขายผลิตภัณฑ์แปรรูปทุกอย่างจากเนื้อสัตว์ แล้วก็ขายหมู แต่พอหลังจากที่ผมมาประกวดคุณพ่อคุณแม่ก็เริ่มหยุดแล้ว ก็จะไม่ได้ทำงานหนักแล้ว ผมก็จะเป็นคนดูแล เป็นกำลังหลัก

        พ่อ : เขากลายมาเป็นเสาหลักของครอบครัว ทำให้พ่อแม่ได้พักผ่อนขึ้น พี่ชายก็เรียนจบด้วยดี

        เห็นว่าครอบครัวเคยเป็นหนี้หลายล้าน ?

        ตูมตาม : เกือบล้านครับ เมื่อก่อนถ้าเงิน 7-8 แสน ตอนนั้นมันคือภาระหนักมากสำหรับคนต่างจังหวัด คนที่หาเช้ากินค่ำ

 

Sponsored Ad

 

        หนี้เกิดจากอะไร ?

        แม่ : เกิดจากส่งลูกเรียน

        พ่อ : แล้วก็เอามาลงทุน ขายปุ๊บได้กำไรก็เอามาส่งลูกเรียน ไม่พอก็เอาทุนลงไปด้วย ก็เลยขาดไปเรื่อย ๆ

        ตอนนั้นคุณพ่อคุณแม่ลำบากไหม ?

 

Sponsored Ad

 

        แม่ : ลำบากมากเลย เพราะว่านอนน้อย นอนดึก

        ตูมตาม : ช่วงที่หนักสุด ๆ คงจะเป็นช่วงที่หมูเป็น ๆ ราคาสูง มันเป็นช่วงที่มีโรคระบาด การไปซื้อหมูที่ฟาร์มมีราคาสูง แต่ว่าพอมาถึงหน้าเขียงจริง ๆ ในตลาดเราไม่สามารถอัปราคาได้ เพราะลูกค้ายังซื้อราคาเดิมอยู่ มันก็เลยขาดทุน

        ตอนเข้ามากรุงเทพฯ ตอนนั้นยังไม่ดังเลย ?

Sponsored Ad

        ตูมตาม : ยังครับ จริง ๆ ผมเข้าวงการตอนเทอม 2 ของปี 1

        ตอนนั้นลำบากไหม ?

        ตูมตาม : ลำบากครับ คุณพ่อคุณแม่มีเงินส่งให้ผมเดือนละ 4 พัน และเงิน 4 พัน คือกินกับเรียน จิปาถะผมไม่มีเลย ผมเลยใช้ชีวิตอยู่ในหอในมหาวิทยาลัยตลอด แล้วผมก็กู้ กยศ. ถามว่าพอไหม พอครับ พอเฉพาะกินอยู่ บางทีเราก็แบ่งเงินไปซื้อข้าว ไข่ มาม่า เพื่อหุงกินเอง

        ถ้าเรามองกลับไปตอนนี้คิดว่ามันเป็นรสชาติของชีวิตไหม ถ้าเลือกได้เราอยากจะกลับไปผ่านจุดนั้นอีกไหม ?

        ตูมตาม : ดีใจมากที่ผ่านจุดนั้นมา เพราะมันทำให้ผมรู้จักคิดในการเอาชีวิตรอดกับสถานการณ์ตรงหน้า โดยไม่มานั่งกล่าวโทษ แต่พอเรามามองตอนนี้ เออ...ตอนนั้นมันลำบากนะ แต่ ณ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย

        แล้วตอนนั้นได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นไหม ได้ไปเที่ยวไหม ?

        ตูมตาม : คือถ้าอยากไปจริง ๆ เราก็ไป แล้วเราก็แมเนจการเงินของเราเอง

        สมัยก่อนเป็นเด็กแว้นด้วยเหรอ ?

        ตูมตาม : ครับพี่ แว้นแข่งรถเลย

        สถานะหัวใจเป็นยังไง ?

        ตูมตาม : ตอนนี้เริ่มกลับมาชมพู ๆ เหมือนเดิมแล้ว หมายถึงว่าเมื่อก่อนเราก็ทรง ๆ ยังไม่ได้อะไร ตอนนี้ก็เหมือนพร้อมที่จะเปิดรับความรัก แต่ว่ายังไม่มีอะไรเข้ามา

        ยังไม่มีเข้ามาเลยเหรอ ?

        ตูมตาม : มีครับ แต่เรากลับกลายเป็นคนที่เลือกเยอะมากขึ้น เวลาที่เลือกเนี่ย ผมไม่ได้เลือกว่าเขาดีไม่ดีนะ ผมเลือกว่าคนที่จะเหมาะกับเราที่สุด ตอนนี้ผมมองไปถึงครอบครัวแล้ว พ่อก็อยากอุ้มหลาน

        ตอนนี้คุยกี่คน ?

        ตูมตาม : เรายังไม่ให้สถานะใคร แต่ว่าเราก็คุย นับว่าเป็นเพื่อน ก็มี 2-3 คนแค่นั้น

        แล้วใน 3 คนมีใครเหมาะเป็นแฟนไหม ?

        ตูมตาม : ก็มีบางคนที่เรารู้สึกว่าสบายใจที่จะอยู่ด้วยกัน แต่ตอนนี้ผมยังโสดอยู่ครับ

ชมคลิป...

คลิปเปิดไม่ออก >>>>> กดตรงนี้ คลิ๊ก !!!! <<<<<

ข้อมูลและภาพจาก kapook, คุยแซ่บShow

บทความที่คุณอาจสนใจ