เด็กม้งบนดอย ต้องเดินเท้าเปล่าไปโรงเรียน สู่เส้นทางการเป็นผู้พิพากษาในวันนี้

LIEKR:

"วันแรกที่ผมไปโรงเรียน แม่ผมตัดชุดให้ เป็นชุดที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมี ณ วันนั้น"

    “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” สำนวนนี้ยังคงใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย และมีตัวอย่างให้เห็นมานักต่อนัก และความสำเร็จจะตอบแทนคนที่มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตาชีวิต 

Sponsored Ad

    เรื่องราวของ คุณวิริยะบัณฑิต คีรีธีระกุล เด็กม้งที่ก้าวสู้สู่เส้นทางสายตุลาการ ผู้สอบได้อันดับ ที่ 1 ของผุ้ช่วยผู้พิพากษา รุ่นที่ 66 อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าชื่นชมและน่ายกย่องเป็นอย่างมาก 

Sponsored Ad

    หลายคนอาจจะมองเป็นเรื่องยากและสำหรับเด็กชาวม้งคนหนึ่งที่ไม่ได้มีต้นทุนชีวิตที่ดีมากนัก เมื่อเทียบกับเด็กที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวง แต่เขาสามารถทำได้เป็นการตอกย้ำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า "ความพยายามไม่เคยทำร้ายสักคนที่ตั้งใจ"

    เส้นทางของการเป็น “ม้ง” ซึ่งมีความหมายว่า “อิสระชน” ชาวม้งที่อยู่บนเทือกเขาสูง ผ่านความยากลำบากในการดิ้นรนด้วยสภาพแวดล้อมที่อาจจะไม่เอื้ออำนวยต่อการต่อยอดในองค์ความรู้ 

Sponsored Ad

    โดย คุณวิริยะบัณฑิต คีรีธีระกุล เกิดที่นี่ โตที่นี่ และมีความขยัน ใฝ่รู้ ตั้งใจเรียนหนังสือมาตั้งแต่เด็ก คุณวิริยะบัณฑิต เล่าว่าสมัยที่ไปโรงเรียนนั้น ที่โรงเรียนแห่งนั้นมีคุณครูเพียงแค่ 1 ท่าน ชุดนักเรียนไม่มี มีแต่ชุดชาวม้ง

Sponsored Ad

    "ผมจำช่วงชีวิตวัยเด็กได้เพียงวันแรกที่ไปโรงเรียน รูปเด็กผู้ชายตัวน้อยใช่ชุดม้ง คือ วันแรกที่ผมไปโรงเรียน แม่ผมตัดชุดให้ เป็นชุดที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมี ณ วันนั้น"


Sponsored Ad

    ต้องเดินเท้าเปล่าตัวเปล่าไปโรงเรียนโดยแม่พาไป "เมื่อไปเจอคุณครูซึ่งมีอยู่คนเดียว แม่ขอให้คุณครูถ่ายรูปให้ ผมไม่เคยถ่ายรูปเลยไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไร พอคุณครูเล็งกล้องถ่ายรูปมาที่ผม แม่บอกให้ผมยิ้ม ผมทำตัวไม่ถูกเลยยิงฟันใส่กล้องอย่างเกร็งๆ นับแต่นั้นผมเรียนหนังสือเรื่อยมา"

    ในแต่ละวัน การอ่านหนังสือ หรือ ทำการบ้าน ต้องพึ่งแสงไฟจากตะเกียง หรือไม่ก็พึ่งพาแสงจันทร์เท่านั้น เพราะไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง มีครั้งหนึ่งได้มีโอกาสชมทีวีที่บ้านคุณครู เนื่องจากในหมู่บ้านมีโทรทัศน์เครื่องเดียวที่บ้านพักครู โดยใช้แผงโซล่าเซลล์ และได้มีโอกาสดูภาพยนตร์จีนเรื่อง เปาบุ้นจิ้นซึ่งเป็นครั้งแรกที่เห็นการพิจารณาและตัดสินคดี แต่ยังไม่ประสีประสาและไม่เข้าใจการพิพากษาคดีนัก แต่กลับชื่นชอบแมวหลวงจั่นเจา ผู้มีวิทยายุทธเหาะได้มากกว่า แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากนั้นไม่กี่สิบปีต่อมา เขากำลังจะได้ทำหน้าที่เดียวกับท่านเปาบุ้นจิ้น

Sponsored Ad

        คุณวิริยะบัณฑิต เผยว่า ช่วงที่เรียนหนังสือ แม่ต้องไปทำไร่และอยู่ที่ไร่ตลอดเวลา จึงให้ตนเองต้องอยู่บ้านอาศัยกับยายในหมู่บ้าน หลังเลิกเรียนในวันศุกร์ ตนจะเดินไปหาแม่และไปช่วยแม่ทำไร่ทำสวน พอเย็นวันอาทิตน์หรือเช้าตรู่วันจันทร์ก็กลับมาเรียนหนังสือ

Sponsored Ad

    "ผมก็จะไปรับจ้างแบกกระหล่ำปี ถ้าถึงฤดูต้นก๋ง(หญ้าไม้กวาด) ออกดอก ยายจะพาไปตัดเพื่อนำมาขายให้แก่พ่อค้า เป็นวิธีหาเงินของผมในวัยเด็กเพื่อนำไปซื้อขนมกิน เพราะแม่ไม่มีเงินให้ เท่าที่ผมเห็นเด็กม้งแทบทุกคนจะมีชีวิตในวัยเด็กเป็นอย่างนี้"

    ต่อมามีพระธรรมจาริกรูปหนึ่งเดินทางมาที่หมู่บ้านแล้วบอกว่ามีโรงเรียนวัดอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ให้ส่งบุตรหลานไปบวชเรียนฟรีได้  "ขณะนั้นแม่กำลังส่งเสียพี่ชายผมเรียนในอำเภอทุ่งช้าง ไม่มีเงินส่งผมเรียนด้วยอีกคน จึงตัดสินใจให้ผมไปกับพระอาจารย์รูปดังกล่าว โดยมีผมและเพื่อนๆในหมู่บ้านรวมทั้งหมด 14 คน ไปบวชเรียนด้วยกัน"

    แม้ไม่อยากจากลาแม่และบ้าน แต่ต้องจำใจพรากจากแม่ ญาติ พี่น้อง เพื่อน และบ้านเรือนมา  เพื่อศึกษาหาความรู้อยู่แดนไกล มิฉะนั้นก็คงไม่มีโอกาสได้เรียน การจากลาครั้งนั้นถือเป็นออกสู่โลกภายนอกครั้งแรก

    "ผมนั่งบนรถเมมองแม่ที่ยืนร้องไห้อยู่หน้าบ้านจนกระทั่งรถที่มารับผมกับเพื่อนค่อยๆเคลื่อนจากมาจนลับตา…" 

    หลังจากที่ตัดสินใจลงจากดอยเพื่อมาบวชเรียนต่อในระดับปริยัติธรรม มัธยมศึกษาตอนปลาย จนจบระดับปริญญาตรี ในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง คุณวิริยะบัณฑิตใช้ระยะเวลาในการศึกษาเล่าเรียนเพียง 2 ปีครึ่งเท่านั้น  

    นอกจากนี้ คุณวิริยะบัณฑิต ยังมีข้อคิดดีๆ ที่มาแนะนำอีกด้วยว่า "คนเราไม่ควรรอโอกาส" หากเขามัวแต่รอเงิน รอค่าใช้จ่ายจากพ่อแม่ เขาคงมาไม่ถึงได้เช่นวันนี้ และหากเขาทิ้งโอกาสหลายๆ อย่างในการทำงานเพื่อให้มีรายได้เลี้ยงดูตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพ่อแม่ เขาก็คงไม่ประสบความสำเร็จเช่นวันนี้ 

    เพราะความลำบากทำให้เขามีความมุ่งมั่น และไม่ย่อท้อ ความตั้งใจทำให้เขามีเป้าหมาย และทำได้อย่างประสบความสำเร็จ สร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัว และคนในหมู่บ้าน เขายังบอกอีกด้วยว่าน้องของเขาก็เป็นอีกคนในครอบครัวที่ประสบความสำเร็จ ปัจจุบันสอบเป็นข้าราชการตำรวจได้แล้วเช่นกัน

    มาถึงตรงนี้แล้ว ตระหนักกันแล้วหรือไม่ว่า ความสำเร็จของคนเรา มาจากความพากเพียรล้วนๆ เป็นการแข่งขันกับตนเอง ไม่ใช่แข่งกับผู้อื่น คุณวิริยะบัณฑิต คือ ตัวอย่างบุคคลที่เก่งและน่ายกย่อง ควรค่าแก่การเป็นแบบอย่างที่ดีต่อเยาวชน 

.

    เรื่องราวดีๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจและเป้นตัวอย่างที่ดีให้กับใครอีกหลายๆ คน จึงเห็นสมควรนำมาเผยแพร่ และขอชื่นชมและยกย่องมา ณ ที่นี้ 

ข้อมูลและภาพจาก bagindesign

บทความที่คุณอาจสนใจ