เปิดชีวิตล่าสุด "อ้อน เกวลิน" โดนเมาท์แต่งสามีรวยเลยไม่ทำงาน เหลือเงินติดตัวแค่ 400 บาท

LIEKR:

"แม้ตอนนี้จะรวยมากแล้ว แต่เรายังสอนลูกให้ใช้ชีวิตแบบลำบาก เพราะวันนี้อาจจะมี แต่วันหน้าอาจจะไม่มีก็ได้ เราเคยลำบากมาก่อน เราเข้าใจชีวิตตรงนั้นดี" -เกวลิน คอตแลนด์-

หมายเหตุ : สามารถรับชมคลิปเต็มได้ที่ด้านล่างบทความค่ะ

        อ้อน เกวลิน พาลูกชาย 2 คน เปิดตัวครั้งแรก หลังหายไปนานกว่า 10 ปี พร้อมเล่าเรื่องรักแอบคบกับสามี เพราะบริษัท ห้ า ม คบกัน แต่ถูกจับได้ถึงขั้น ถู ก แ บ น ด้านฝ่ายชายโดน ไ ล่ ไปบวช

Sponsored Ad

        หากพูดถึงอ้อน เกวลิน เชื่อว่าหลายคนคงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะเป็นนางเอกมากความสามารถเจ้าตัวยังเป็นนักร้องเสียงเพราะอีกด้วย แต่กว่าจะมีวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ล่าสุด อ้อน เกวลิน ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ 

Sponsored Ad

อ้อนหายไปนานมาก ?

        อ้อน : ไม่นาน 20 ปีเอง

ไปอยู่ที่ไหน ทำอะไรมา ?

        อ้อน : หลายคนก็จะบอกว่าหาย แต่จริง ๆ ในใจอ้อนก็ไม่ได้ ห า ย น ะ แต่ว่าแค่ไม่ได้รับละคร คนจะติดภาพเราเล่นละครบ่อย แล้วพออ้อนแบบไม่รับละครเลยก็เลยหายไป จบจากละครปุ๊บก็ไปเป็นนักร้องเต็มตัว แล้วหลังจากนั้นก็เดินสายทัวร์คอนเสิร์ต มีเพลง ก็กลายเป็นว่าภาพละครคือหายไปเลย

Sponsored Ad

ตอนเป็นนักร้องก็คือดังมาก ?

        อ้อน : ค่อย ๆ ดังมากกว่า ตอนนั้นอ้อนน่าจะเป็นนักร้องคนเดียวในประเทศไทยมั้งที่เพลงเดียว อัลบั้มเดียว ทัวร์ไป 3 ปี

Sponsored Ad

ตอนนี้ลูก 2 คนแล้ว ?

        อ้อน : อิคคิว 10 ขวบ ไอคอนจะ 4 ขวบ

Sponsored Ad

ทำไมอายุห่างกัน ?

        อ้อน : จริง ๆ อิคคิวเป็นลูกของสามี ไม่ได้แต่งงาน เขามาแต่งงานกับอ้อน อ้อนเลี้ยงเขามาตั้งแต่แบเบาะ

ตอนนั้นเรายังไม่ได้มีลูกแล้วต้องมาเลี้ยงเด็กรู้สึกยังไงบ้าง ?

        อ้อน : เดิมทีอ้อนไม่ได้เป็นคนรักเด็ก เป็นคนเลือกที่จะทำงาน แล้วด้วยความที่เราทำงานมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วไม่เคยอุ้มหลานคนไหนในบ้านเลย แล้วเราก็ไม่ชอบเด็ก เวลาอ้อนทำงานอ้อนก็จะบอกว่าอ้อนไม่ชอบเด็กเลย แล้วต้องมาดูแลเขา มาอยู่กับเขา คำเดียวก็คือเรารักแฟนเรา แล้วรักทุกคนที่เกี่ยวข้อง

Sponsored Ad

คุณแม่ดุไหม ?

        อิคคิว : เป็นบางครั้งที่ โ ม โ ห เพราะ ดื้ อ มากเกินไป

Sponsored Ad

กลัวไหมว่าจะเกิดความสับสนรักเด็กสองคนไม่เท่ากัน ?

        อ้อน : เราพย าย ามให้เขารู้สึก อย่างซื้ออะไรก็จะมีทั้งสองอัน แล้วก็จะพย าย ามบอกเขาตลอดว่าที่ไปที่มาเป็นยังไง มันก็จะมีโมเมนต์ที่เขาจะไปคุยกับพ่อเขาจริง ๆ ว่าแบบแม่ไม่ชอบเด็กเหรอ แม่ไม่รักเด็กใช่ไหม อิคคิวต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองใช่ไหม ต้องพัฒนาใช่ไหม คือเขาพย าย ามเข้าหาเราด้วย อ้อนก็พย าย ามที่จะปรับตัวแล้วก็พย าย ามไม่แบกอะไร

        อ้อน : ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนประเภทเพอร์เฟกชั่นนิสต์ คือทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย แล้วจะมีโมเมนต์หนึ่งที่อ้อนแยกออกมาจากบ้านแม่อ้อน แต่ก่อนต้องบอกก่อนว่าอยู่กับแม่ อยู่กับน้อง คืออ้อนเป็นครอบครัวใหญ่ แล้วพอตัดสินใจเอาเขามาเลี้ยงที่กรุงเทพฯ เขาเพิ่งมาจากเชียงราย เขาเพิ่งย้ายโรงเรียน เพิ่งมาอยู่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เลยกลายเป็นว่าครอบครัวอ้อนตอนนี้ต้องปรับเป็นการใหญ่ ก็คือเหมือนแยกออกมาแล้วมาสร้างครอบครัวกันเอง เขาก็เลยบอกว่าออกมาตรงนี้เพราะอิคคิวใช่ไหม ต้องมาหาโรงเรียนนู่นนี่นั่น ก็กลายเป็นว่าปีนี้ของอ้อนปรับตัวเยอะมากและยุ่งมาก

คุณก็รวยมาก แต่ก็ยังสอนให้ลูกรู้จักคุณค่าของเงิน ?

        อ้อน : ใช่ คืออ้อนมาจากการที่เรา ลำ บ า ก กว่าการที่เราจะได้เงิน แล้วพ่อแม่ก็ไม่ได้มีฐานะอะไร แล้วเราจำความ ลำ บ า ก ของแม่ได้ บวกกับกว่าที่อ้อนจะมีวันนี้ได้ กว่าที่อ้อนจะได้ทำงาน กว่าที่อ้อนจะได้เก็บเงิน อ้อนก็มาจากไม่มีมาก่อน

ที่อ้อนบอกว่าลำบากนี่ ลำ บ า ก ขนาดไหน ?

        อ้อน : เคยมีเงินเหลือแค่ 400 บาทในชีวิต ตอนนั้นเราก็เข้าวงการแล้ว คือมันมีช่วงหนึ่งที่อ้อนไปทำธุรกิจส่วนตัว แล้วเรารอเงินที่มันจะเกิดขึ้น ช่วงเวลานั้นก็มีแค่นั้นจริง ๆ กับสามี ก็เลยทำให้ความรักที่มีต่อสามีเรามองไม่เห็นเลยว่าเราจะทะเลาะกันได้วันไหน เรามองไม่เห็นเลยว่าเราจะมีวัน เ ลิ ก กับเขา เพราะเราผ่านความลำบากมาด้วยกัน

ย้อนไปสมัยตอนที่เราเด็ก ๆ เห็นว่ากินข้าวต้องกินจานเดียวกัน ?

        อ้อน : คุณแม่เล่าให้ฟังว่าแต่ก่อนแม่เลี้ยงลูกมาทุกคน อ้อนเป็นพี่คนโตแล้วมีน้องสาวอีก 2 คน ก็เลยรู้เลยว่าแม่กว่าจะเลี้ยงเรา ลำ บ า ก มาก เขาบอกว่าเขา ล่ า ม โ ซ่ ขาลูกเอาไว้แล้วเขาก็ทำงาน ต้องรอพ่อกลับมาก่อนที่จะได้กินข้าวจานเดียวกัน หมายความว่าแม่ไม่สามารถเหลือเงินที่จะซื้อข้าวได้อีกจาน ต้องรอกินพร้อมพ่อ แล้วเงินที่เหลือก็เป็นค่านมให้อ้อนกับน้องสาว เราเห็นความยากลำบากของแม่ พอโตขึ้นมาหน่อยบ้านเราอยากจะกินหมอนทอง แม่ก็เล่าให้ฟังว่าต้องไปกู้เขาลูก กู้เงินเพื่อได้กินหมอนทองกันทั้งบ้าน แล้วพวกเราก็นั่งล้อมวง ตั้งหน้าตั้งตาเพื่อจะได้กินของอร่อย

พอเข้าวงการบันเทิง มันทำให้ครอบครัวดีขึ้นไหม ?

        อ้อน : ดีขึ้นมาก เป็นครั้งแรกที่เราได้เงินแสน

คือเริ่มแรกคุณพ่อพาไปประกวด ?

        อ้อน : ใช่ คอฟฟี่เมต ชาเลนจ์ ตอนนั้นเราเฉย ๆ ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร ต้องไปเจออะไร พ่อก็เลยบอกให้ไปทำก็ไปทำ

ได้ตำแหน่ง ?

        อ้อน : ใช่ แต่ตอนเขาบอกคุณผ่านการคัดเลือกให้ไปสัมภาษณ์ ดีใจมากนะคะ แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปเจออะไร

แสดงว่าการเข้าวงการบันเทิงคือการพลิกชีวิตของครอบครัวอ้อน ?

        อ้อน : มากเลยค่ะ แต่บอกตรง ๆ อ้อนไม่เคยกลัวความ ย า ก จ น เลย ถึงแม้ว่าขึ้นสุดแล้วลงสุดก็ไม่เคยกลัว

พี่ดู๋ สัญญา เป็นคนพาไปเล่นละคร เห็นว่าอ้อนอยากขอโทษพี่ดู๋ด้วย มันเรื่องอะไร ?

        อ้อน : คืออยากจะบอกว่ามามีชื่อเสียง มีละครให้ทุกคนได้เห็น มาจากการเลือกในวันนั้นของพี่ดู๋ หลังจากที่เราชนะคอฟฟี่เมต ชาเลนจ์ เรายังไม่มีโอกาสได้ร้องเพลง แต่มีพี่เขาพาไปแคสติ้งบริษัทหนึ่ง แล้วนั่นคือผลงานชิ้นแรกที่พี่ดู๋เป็นผู้กำกับครั้งแรก แกก็เลยอยากมีส่วนร่วมในการแคสติ้ง นั่นก็คือวันแรกที่อ้อนได้เจอพี่ดู๋ พี่ดู๋บอกให้ทำอะไรอ้อนทำหมดเลย แล้วพี่ดู๋ก็เลยบอกว่า ฉันเอาคนนี้ ปรากฏพอวันไปออกกองถ่ายจริง ๆ ก็เรียบร้อย อยู่ ๆ เป็นอะไรไม่รู้ ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง อ้อนกลายเป็นนักแสดงที่เดินไปด้วย พูดไปด้วยไม่ได้ ต้องหยุดแล้วค่อยพูด ถึงขั้นพี่ดู๋พูดใส่หน้าอ้อนว่า พี่ผิดเองที่เลือกเรา ตอนนั้นเราก็รู้สึกอยาก ต า ย  ร้ อ ง ไ ห้ ไม่รู้กี่รอบ แล้วบอกกับตัวเองว่าฉันจะไม่เล่นละครอีกต่อไป แต่มาอีกที 50 เรื่องจ้า

ถ้าตอนนี้พี่ดู๋ ดูอยู่อยากบอกอะไรกับเขา ?

        อ้อน : ไม่เคยมีโอกาสได้บอกพี่ดู๋เลย เพราะอ้อนรู้สึกว่าอ้อนกลัวพี่ดู๋ อยากขอบคุณพี่ดู๋มาก ๆ ที่เลือกอ้อนวันนั้น พี่เลือกไม่ผิด แล้วอ้อนมามีทุกอย่างวันนี้ได้ ครอบครัว แล้วลูก ๆ หลาน ๆ ที่นั่งอยู่ตรงนี้ มาจากการที่พี่ตัดสินใจเลือกอ้อนในวันนั้น ไม่รู้จะกราบขอบพระคุณและทดแทนบุญคุณพี่ยังไง ขอบคุณมาก ๆ

เพราะจุดตรงนั้นหรือเปล่าที่ทำให้อ้อนพย าย ามเอาชนะคำ ดู ถู ก มันไม่ได้ ฉันต้องทำให้ได้ ?

        อ้อน : เป็นไปได้ เพราะหลังจากเรื่องเจ้าพ่อจำเป็น เรื่องนั้นปุ๊บ เรื่องต่อไปเป็นละครที่คนทั่วประเทศไทยรู้จัก เกวลิน เลย คือบ้านสอยดาว

หลายคนบอกว่าอ้อนแต่งงานกับสามีรวย สามีเลี้ยงก็เลยหายไปจากวงการ ?

        อ้อน : ไม่ใช่เลย

ไปเจอกันที่ไหน ?

        อ้อน : คือจริง ๆ อ้อนบอกก่อนว่าอ้อนเป็นคนเชื่อเรื่องเดสทินี่มาก เพราะว่าเราเชื่อว่าความรักของพ่อกับแม่เป็นไอดอลของอ้อน พ่อกับแม่เล่าให้ฟังว่ากว่าที่แกจะรักกันได้ แกส่งจดหมายหากัน แล้วแม่ได้รับจดหมายจากพ่อถึง 5 ปี เต็มหีบเลย แต่ก็สามารถอยู่ด้วยกันได้ แล้วความ ต า ย ก็แยกทั้งคู่ออกจากกัน อ้อนเชื่อว่าถ้าของที่มันใช่มันก็จะอยู่กับเรา แต่ถ้าของที่มันไม่ใช่ต่อให้รักกันมากแค่ไหนมันก็ไม่อยู่ เพราะฉะนั้นอ้อนเลยอยู่กับเขา เราเจอกันเป็นพี่เป็นน้อง สวัสดีกัน แค่นี้ 5 ปี

เพราะมันเป็น รัก ต้ อ ง ห้ า ม หรือเปล่า เขาว่าคู่ของคุณเป็นคู่ที่รักกันไม่ได้ ?

        อ้อน : ไม่ คือต้องบอกแบบนี้ พอรักแล้วมันดันมีประเด็นนี้ สั่งห้ามว่าไม่ให้รักกัน แต่ก่อนหน้านี้อ้อนไม่เคยสปาร์กกับเขานะคะ คือรู้สึกเป็นพี่เป็นน้องจริง ๆ จนกระทั่งมีโอกาสได้นั่งคุยแล้วได้แลกไลน์ ประเด็นคืออ้อนอยากจะไปซื้อหนังสือ แล้วเขาชอบอ่านหนังสือ เขาแนะนำหนังสือให้อ้อนเล่นหนึ่ง อ้อนแค่อยากจะบอกว่า เฮ้ย...อ้อนไปซื้อถูกเล่ม ส่งให้พี่ดูนะ แค่นั้นเอง แล้วหลังจากนั้นเขาก็เริ่มคุย กินข้าวหรือยัง ทำอะไร แล้วเรารู้สึกว่าเราอยากคุยกับเขา ทำไมรู้สึกดีจังเวลาได้คุยกับเขา

แล้วใครมาห้ามไม่ให้คุณรักกัน ?

        อ้อน : ธุรกิจที่ทำมันมีกฎของผู้บริหารว่า ห้ า ม รั ก กัน อ้อนว่าที่ไปที่มาของกฎนี่มันมาจากการที่คู่อื่น ๆ ทำไว้ไม่ค่อยดี คู่อื่น ๆ ทำให้รูปแบบธุรกิจมัน เ สี ย ห า ย แล้วมีการ เ สี ย ผลประโยชน์ของธุรกิจเกิดขึ้น ก็เลยถูกสร้างกฎนี้ขึ้นมา

ตอนนั้นก็ได้ถูกแหกกฎ เพราะคุณก็ได้แต่งงานกัน ?

        อ้อน : กลายเป็นคู่เดียวแล้วคู่สุดท้ายของบริษัท ทุกวันนี้ก็ยังทำงานอยู่ที่บริษัทเดิม

เห็นว่ามีการ ล ง โ ท ษ ด้วย ?

        อ้อน : โห...ถ้าบอกนี่คือละครเรื่องหนึ่งเลยนะ ก็ห้ามคุย ห้ามเจอ ไม่งั้นจะถูกเก็บภาพไปฟ้อง ยิ่งกว่าสมัยตอนเป็นดาราอีก

แล้วเขารู้ได้ยังไงว่าคบกัน ?

        อ้อน : มีคนไปบอก คืออ้อนวางงานเป็นหลักอยู่แล้ว เพราะเรารับผิดชอบ โตเป็นผู้ใหญ่พอรู้ว่าอะไรสำคัญ เรื่องความรัก และเรื่องครอบครัวคือเป็นเรื่องรองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอ้อนจะเจอเขาเดือนหนึ่งไม่เกิน 5 วัน แล้วจะเจอในเส้นทางที่เจอกันพอดี หมายถึงว่าเขาอยู่แถวนั้นพอดี พอเจอกันก็มีคนเก็บภาพไปบอกผู้บริหารใหญ่

แล้วบท ล ง โ ท ษ นั้นคือ ?

        อ้อน : ถูก แ บ น ไม่ให้ขึ้นสอน ไม่ให้ขึ้นเป็นเทรนเนอร์บนเวที แล้วสื่อการให้ความรู้บนเวทีถูกถอดออกทั้งหมด แล้วพี่นิคมโดน ไ ล่ ให้ไปบวชเป็นพระ

ทำไมเราไม่ลาออกแล้วหางานใหม่ ?

        อ้อน : เอาจริง ๆ มันคือกฎ อ้อนยอมรับว่าอ้อนทำ ผิ ด ก ฎ มันเป็นกฎที่เรารู้อยู่แล้ว แล้วเราเป็นผู้บริหาร แล้วเราไปทำแบบนั้นมันเป็นอะไรที่ไม่ดีอยู่แล้ว เรายอมรับผิด เราก็ชวนกันขึ้นตำแหน่งสร้างยอดขาย คือมันยากมาก ตำแหน่งที่อ้อนบอกมันสร้างวอลลุ่มแบบดับเบิลเลยกว่าจะได้อีกขั้น แต่อ้อนข้ามได้ถึงสองขั้นเลย แล้วไม่ใช่อ้อนคนเดียว เราช่วยกันพาทีมงานอ้อนขึ้นด้วย ก็เลยกลายเป็นไม่ได้มีอะไรเสีย คบกันมีแต่เรื่องดี องค์กรก็มีความรู้ขึ้น แล้วช่วยกันทำมาหากิน เขาก็เงียบไปปล่อยให้งานแต่งงานเกิดขึ้น แต่ขณะเดียวกันไม่มีใครสามารถไปได้ในงานแต่งของอ้อน

ชมคลิป

คลิปเปิดไม่ออก >>> กดตรงนี้ คลิ๊ก <<<

ข้อมูลและภาพ จาก คุยแซ่บShow

บทความแนะนำ More +

บทความที่คุณอาจสนใจ