สื่อนอกเผยหาก "ลูกคนรอง" แต่งงานกัน จะมีโอกาสได้ลูกชาย 50-50

LIEKR:

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

    เรื่องของการมีบุตรนั้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในร่างกายของมนุษย์ แต่มันก็มีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ หลายคนบอกว่า การให้กำเนิดของผู้หญิงนั้นมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นบุตรหญิงหรือบุตรชาย 50 - 50%  บ้างก็บอกว่ามีความเกี่ยวข้องกับยาสมุนไพรที่กินเข้าไป 

    วันนี้แอดมินได้นำเรื่องราวที่สื่อต่างชาตินำเสนอ โครโมโซม (Chromosome) ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวระหว่างผู้ชาย (XY) และผู้หญิง (XX) โดยผู้ชายจะสามารถผลิตอสุจิออกมาได้ครั้งละ 100 ล้านตัว แต่ผู้หญิงสามารถผลิตไข่ได้เพียงครั้งละ 1 ใบ หรืออาจมากกว่านั้นไม่กี่ใบ 

 

Sponsored Ad

 

 

     การให้กำเนิดบุตรนั้นจะเกิดจากตัวอ่อนอสุจิและไข่ที่แข็งแรง จนสามารถปฏิสนธิเกิดจากการรวมตัวกันเป็นตัวอ่อนได้ ซึ่งแน่นอนว่าก่อนจะมาเป็นทารกได้นั้น ไข่และตัวอ่อนอสุจิก็จะต้องจับคู่กันก่อน หากทั้งสองรู้สึกไม่ชอบพอกันก็ไม่อาจทำให้การทำปฏิกิริยาครั้งนี้ไม่สำเร็จก็เป็นได้

 

 

Sponsored Ad

 

    ก็เหมือนเราเลือกคู่สมรส คนบนโลกมีหลายล้านคน แต่การที่จะได้มาเป็นคู่รักกันนั้นก็ไม่ง่าย ต้องผ่านการเลือกสรรมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง พบเจอความผิดหวัง ต้องเกิดมีความถูกใจซึ่งกันและกัน มองแล้วถูกชะตา จึงจะตัดสินใจที่จะมีปฏิสัมพันธ์กันได้ ไม่มีอะไรดีหรือเหมาะสม 100% คุณว่าจริงไหม?

 

(ตารางความเป็นไปได้ของเพศลูกที่จะเกิดมา)

 

Sponsored Ad

 

    มาดูชีวิตเริ่มแรกที่ได้เกิดมายังบนโลกใบนี้ แน่นอนว่าเด็กเล็กก็ต้องชอบเพศเดียวกันมากกว่าอยู่แล้ว ลองสังเกตเด็กอนุบาล กว่า 90 % เมื่อไปโรงเรียนก็ต้องชอบเล่นกับเด็กที่มีเพศเดียวกันก่อนเสมอ ลองสังเกตลูกหรือเด็กรอบๆ ตัวดูนะ ก็เหมือนไข่ของผู้หญิงก็ต้องชอบโคโมโซมเดียวกัน นั้นคือ X 

    แต่เมื่อเด็กค่อยๆ โตขึ้น ก็จะเริ่มให้ความสนใจเพศตรงข้าม ดังนั้นหลักอ้างอิงต่างชาตินี้จึงเสนอเพื่อให้เล็งเห็นว่า เมื่อเริ่มโตขึ้นโคโมโซมก็มีโอกาสจะชอบเพศตรงข้ามมากขึ้น ก็เหมือนกับว่า หากลูกคนรองกับลูกคนรองมาปฏิสัมพันธ์กัน ก็มีโอกาสจะได้ลูกชายมากขึ้นนั้นเอง

 

Sponsored Ad

 

 

    โปรดจำไว้ว่า รากฐานสำคัญของการเติบโตของเราต้องเดินบนรากฐานที่สำคัญ อาจไม่สามารถระบุได้อย่างแน่นอน 100% แต่ก็สามารถนำไปพิจารณาได้บ้าง

 

ป.ล.นี่เป็นข้อมูลจากสื่อต่างประเทศเท่านั้น  โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ที่มา : kknews | เรียบเรียงโดย LIEKR

บทความที่คุณอาจสนใจ