‘อ้อม พิยดา’ ร่ำไห้ เปิดใจถึง ‘พ่อเปี๊ยก’ เผยคำพูดสุดท้ายก่อนสิ้นลม ดารา-ชาวเน็ตแห่ให้กำลังใจ!

LIEKR:

‘อ้อม พิยดา’ ร่ำไห้ เปิดใจถึง ‘พ่อเปี๊ยก’ เผยคำพูดสุดท้ายก่อนสิ้นลม ดารา-ชาวเน็ตแห่ให้กำลังใจ!

        หลังสูญเสียบิดาอันเป็นที่รัก ล่าสุด อ้อม พิยดา โพสต์ครั้งแรกลงอินสตาแกรมส่วนตัว หลัง พ่อเปี๊ยก พิศาล อัครเศรณี เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย เมื่อกลางดึก 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา

Sponsored Ad

        โดย อ้อม โพสต์พร้อมยกมือไหว้ เผยกำหนดการงานศพ พ่อเปี๊ยก พิศาล อัครเศรณี ว่า จะมีการจัดพิธีรดน้ำศพ เวลา 17.00 น. เมื่อวานนี้ ส่วนพิธีสวดอภิธรรมตั้งแต่วันที่ 4 – 11 ธ.ค.นี้ (งดสวดวันที่ 5 ธ.ค.) เวลา 19.00 น. ณ ศาลากลางน้ำ วัด เทพศิรินทราวาส

Sponsored Ad

        ท่ามกลางแฟนคลับและผู้ที่เข้าไปร่วมแสดงความเสียใจ พร้อมทั้งให้กำลังใจจำนวนมาก ขณะที่เพื่อนดารา ต่างก็เข้ามาร่วมให้กำลังใจ อาทิ มอส ปฏิภาณ , กาละแมร์ , ดีเจบุ๊กโกะ , ดีเจเจ๊แหม่ม , เปาวลี , แพงขวัญข้าว เป็นต้น ขณะที่ หนุ่ม ศรราม ที่ก็เคยผ่านช่วงเวลาสูญ

Sponsored Ad

        และเมื่อวานนี้ สื่อข่าวรายงานความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการบันเทิง “เปี๊ยก-พิศาล อัครเศรณี” ผู้กำกับฯ รุ่นใหญ่และนักแสดงชื่อดัง เสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 4 ธ.ค. สิริอายุ 73 ปี ครอบครัวอัครเศรณีกำหนดจัดพิธีสวดอภิธรรมถึงวันที่ 11 ธ.ค. นี้ (งดสวดวันที่ 5 ธ.ค.) เวลา 19.00 น. ที่ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาส

Sponsored Ad

        คนใกล้ชิดครอบครัวเผยว่า เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. เปี๊ยก พิศาล บ่นกับภรรยาว่าปวดหลัง จึงได้พาไปโรงพยาบาล หมอได้ฉีดยาให้ จากนั้นก็กลับบ้าน ถึงช่วงค่ำ อาการปวดหลังไม่ดีขึ้น ประกอบกับมีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ ครอบครัวจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเซนต์ หลุยส์ ที่รักษาโรคหัวใจอยู่ประจำ แพทย์ได้เอกซเรย์กระดูกหลังอย่างละเอียดไม่พบอะไร แต่ยังปวดหลังรุนแรง จึงให้ยาแก้ปวด ก่อนให้แอดมิตที่ห้องพักฟื้น พิศาลก็ยังรู้สึกตัวดี แต่บ่นปวดหลังเป็นระยะๆ กระทั่งเวลา 5 ทุ่ม พิศาลให้ปิดไฟ

Sponsored Ad

        บอกว่าจะนอน แต่จู่ๆ เกิดอาการหายใจไม่ออก ภรรยาและลูกรีบตามหมอมาดู พบว่าพิศาลเกิดอาการน็อก หมอปั๊มหัวใจเป็นเวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง จาก 5 ทุ่มกว่าถึงตีสองกว่า พยายามจนช่วยสุดความสามารถแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้

Sponsored Ad

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการจากไปของพิศาล มีคนบันเทิงเป็นจำนวนมากร่วมโพสต์ข้อความแสดงความอาลัย อาทิ ป้าแจ๋ว-ยุทธนา, จ๋า-ยศสินี, หนุ่ม-ศรราม, กาละแมร์-พัชรศรี, มอส-ปฏิภาณ, ยุ้ย-ปัทมวรรณ, หนุ่ม-อรรถพร, โจ-จิรายุส, บุ๋ม-ปนัดดา, วิว-วรรณรท, ตูมตาม-ยุทธนา, ก้อง ห้วยไร่, เปาวลี พรพิมล, แป้ง-พรภัสร์ชนก ลูกสาวของลิเกชื่อดัง เอ ไชยา มิตรชัย, ดีเจบุ๊กโกะ เป็นต้น

Sponsored Ad

        สำหรับประวัติ พิศาล อัครเศรณี หรือเปี๊ยก เกิดวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2488 เป็นผู้กำกับฯ นักแสดง โฆษก มีผลงานภาพยนตร์ไทยและละครสร้างชื่อมากมาย เป็นผู้ที่ได้รับฉายาว่า “พระเอกซาดิสต์” หรือ “ผู้กำกับ ซาดิสต์” เนื่องจากมักได้รับบทหรือกำกับละคร-ภาพยนตร์ที่พระเอกมักจะทำร้ายนางเอกด้วยการตบตี แต่ลงท้ายด้วยการจูบหรือแสดงความรัก ทำให้นางเอกใจอ่อนทุกที

        พิศาลเป็นน้องชายของ กิตติ อัครเศรณี อดีตผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ซึ่งล่วงลับไปแล้ว จบการศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศ โดยขณะที่ศึกษาที่โรงเรียนวัดบวรฯ ได้รู้จักกับ “แดง ไบเล่” เคยร่วมยกพวกตีกันแถวสิบสามห้าง ต่อมาเรียนจบด้านการแสดงที่โรงเรียนการกำกับการแสดง แผนกวิทยุโทรทัศน์ วอชิงตัน ดี.ซี. เริ่มทำงานที่สำนักข่าวสารอเมริกัน ก่อนจะเข้าไปคลุกคลีกับงานทั้งวิทยุและโทรทัศน์ อาทิ วิทยุของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทั้งเคยเป็นโฆษกที่ช่อง 3 และเป็นนักแสดงด้วย

        เริ่มงานกำกับการแสดงครั้งแรกคือละครเรื่อง “สกาวเดือน” ออกอากาศทางช่อง 9 กำกับภาพยนตร์เรื่องแรกคือ “ฟ้าหลังฝน” จากนั้นมีผลงานโด่งดังตามมาต่อเนื่อง อาทิ มนต์รักอสูร ขุนศึก ดอกฟ้าและโดมผู้จองหอง รักประกาศิต ละอองดาว นางแมวป่า ไฟรักอสูร และเพลงสุดท้าย เป็นต้น รวมเป็นผลงานกำกับละครวิทยุกว่า 70 เรื่อง ละครโทรทัศน์กว่า 100 เรื่อง ภาพยนตร์กว่า 40 เรื่อง

        ชีวิตครอบครัว สมรสกับ สุดารักษ์ มีบุตร 4 คน ในจำนวนนี้ลูกชายเป็นผู้กำกับฯ ชื่อ “โอ”อัครพล และนักแสดงหญิงชื่อดัง “อ้อม” พิยดา จุฑารัตนกุล

        เวลา 17.00 น. ที่ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ได้มีพิธีรดน้ำศพ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยมีคนบันเทิงมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก อาทิ โสภิตนภา ชุ่มภาณี, อลิชา หิรัญพฤกษ์, พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร, ขวัญ อุษามณี, บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์, รอง เค้ามูลคดี, สมรักษ์ ณรงค์วิชัย, ไมตรี นิยมแสง, เอก อัครเมธา, คมกฤช ยุติยง เป็นต้น

        ต่อมาเวลา ลูกๆ ของพิศาล ประกอบด้วย โอ-อัครพล, อ้อม-พิยดา, อ๋อ-ศิรดา อัครเศรณี เมเยอร์ และโอ๊ต-นนทพร ให้สัมภาษณ์ร่วมกันว่า ท่านบอกว่าหายใจไม่ออกและปวดด้านหลัง ตอนนั้นโอ๊ตเป็นคนที่อยู่กับคุณพ่อ ก็เรียกรถพยาบาลมารับ พอไปถึงคุณหมอเขาก็ให้ยาแก้ปวดเบื้องต้นและรอดูอาการ ส่วนทางเราก็ติดต่อไปหาคุณหมอที่เคยทำบอลลูนให้กับคุณพ่อ แล้วจึงย้ายไปยังอีกโรงพยาบาล แต่อาการของคุณพ่อก็ไม่ดีขึ้น จากนั้นท่านก็ไปอย่างสงบ

        ด้าน อ้อม-พิยดา เผยว่า คุณหมอเข้ามาตอนที่อาการค่อนข้างเหมือนอาการเริ่มต้นของคนที่หัวใจวาย แน่นหน้าอกหรือเจ็บหลัง ซึ่งพอตอนหลังหัวใจคุณพ่อก็เหมือนมันช็อกไป แล้วคุณหมอก็มาช่วยปั๊ม ใช้เวลาปั๊มหัวใจอยู่นานมากประมาณ 2 ชั่วโมง เหมือนรอให้เกิดปาฏิหาริย์ แต่ก็ไม่มีสัญญาณชีพเกิดขึ้นเลย ที่ผ่านมาคุณพ่อสุขภาพท่านก็แข็งแรงดี แต่อาจจะมีเหนื่อยบ้างเวลาทำงาน ในช่วงหลังท่านก็เหนื่อยบ่อย

        โอ๊ต กล่าวว่า คุณพ่อเป็นโรคหัวใจอยู่ก่อนแล้ว เป็นอยู่ประมาณครึ่งเส้น เคยทำบอลลูนไปแล้วหนึ่งเส้น เหลืออีกครึ่งเส้นที่คุณหมอบอกว่ายังไม่ต้องทำก็ได้ และให้ใช้วิธีการทานยาแทน ท่านก็เลยมีปัญหาแค่ตรงนี้ คุณหมอให้ท่านคุมอาหารและรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคุณพ่อท่านจะไม่ค่อยได้คุมสักเท่าไหร่และอาจจะทานนู่นทานนี่บ้าง

        ผู้สื่อข่าวถามว่าระหว่างที่นำตัวส่งโรงพยาบาล ได้พูดอะไรบ้างไหม อ้อมกล่าวว่า ไม่มี คือไม่ทันตั้งตัวเลย ทุกอย่างเร็วมาก เนื่องจากอาการเริ่มต้นเป็นแค่อาการเจ็บหลัง เราก็เลยไม่ได้อะไร และคำพูดสุดท้ายที่เหมือนท่านพูดกับพี่ชายก็คือ “โอ โอ พ่อหายใจไม่ออก” จากนั้นท่านก็ไปเลย อาการที่เป็นก็เพิ่งเป็นเมื่อวาน ที่ผ่านมาก็ปกติดี

        ทางด้าน โอ กล่าวว่า กะทันหันมาก เพราะเดินเข้าไปได้ปกติ ยังบอกให้น้องชายให้กลับมาพรุ่งนี้เช้าเลย ไม่ต้องนอนเฝ้า ปกติมากๆ

        อ้อม กล่าวด้วยว่า เราอาจจะไปเข้าโรงพยาบาลอีกโรงพยาบาลนึง ซึ่งอาจจะยังไม่ได้ทราบสาเหตุขณะนั้น พอรู้แล้วก็เลยย้ายโรงพยาบาล พอดีคุณพ่อโทร.ไปปรึกษากับคุณหมอเจ้าของไข้ รู้เรื่องก็รีบย้าย จริงๆ แล้วคิดว่าเป็นเวลาของคุณพ่อมากกว่า เราสูญเสียคุณพ่อไป ก็อยากจะมองในด้านที่ดีมากกว่า เรียกว่าพ่อไปสบายที่สุดเลย เพราะไม่ได้เจ็บไม่ได้ปวดอะไร เหมือนเบลอๆ แล้วบอกว่าพ่อหายใจไม่ถนัด แล้วก็ไปเลยภายในแป๊บเดียว

        อ้อมไปถึงก็คือปั๊มแล้ว หัวใจล้มเหลวไปแล้ว หยุดการทำงาน หลอดเลือดชอร์ต คุณหมอบอกว่าเหมือนหลอดเลือดตีบฉับพลัน ทำให้ไม่จ่ายเลือดเข้าไปในหัวใจ แล้วหัวใจพ่อก็มีปัญหาอยู่แล้ว อย่างที่น้องชายบอกไปว่าเส้นเลือดตีบไปหนึ่งเส้น ซึ่งทำไปแล้ว เหลืออีกครึ่งเส้นซึ่งมันเป็นเอฟเฟ็กต์พ่อด้วยการที่อาจจะกินอาหารอะไรที่ถูกใจ แต่ว่าอาจจะไม่ถูกกับร่างกาย

        ถามว่า มีเปรยๆ สั่งเสียอะไรมั้ย อ้อมกล่าวว่า มี ซึ่งตกใจมาก อย่างหนังสือที่เราจะแจกตอนเผา พ่อก็ทำมานานแล้ว เป็นหนังสือประวัติท่านเอง

        เวลาต่อมา บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ พระเอกชื่อดัง ซึ่งเปี๊ยกพิศาลเป็นผู้กำกับฯคนแรกในละครเรื่องแรก “ไฟรักอสูร” ทางช่อง 3 เมื่อปี พ.ศ.2552 ให้สัมภาษณ์ “ข่าวสดออนไลน์” ว่า ทราบข่าวว่าอาเปี๊ยกเสียชีวิต ช็อกและเสียใจเพราะกะทันหันมาก ได้เจอ อาเปี๊ยกล่าสุดนานเป็นปีมาแล้ว แต่จะโทร.คุยกันเรื่อยๆ ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ สำหรับอาเปี๊ยกคือผู้กำกับฯคนแรกและเป็นคนที่ทำให้ตนมาเป็นบอย ปกรณ์ อย่างทุกวันนี้ได้ 

        ก่อนจะมาเจออาเปี๊ยกเคยได้เรียนแอ๊กติ้งเป็นคอร์สสั้นๆ บ้าง แต่ที่มาเรียนจริงจังเพื่อเล่นละครก็นับว่าอาเปี๊ยกเป็นครูคนแรกทางด้านการแสดง ด้วยความที่อยู่คลุกคลีกับอาเปี๊ยกนานมากก่อนละครจะเปิดกล้อง ทำให้ได้เรียนรู้ส่วนอื่นด้วยที่ไม่ใช่แค่เรื่องการทำงานอย่างเดียว อาเปี๊ยกเปรียบเหมือนพ่อของตนในวงการบันเทิง รักตนเหมือนลูกคนหนึ่ง สอนทุกอย่าง พาไปโน่นไปนี่ด้วย

        ทางด้าน ตั๊ก-มยุรา เศวตศิลา นักแสดงมากฝีมือและอดีตนางเอกที่เคยร่วมงาน กล่าวว่า ตกใจและใจหาย เจอพี่เปี๊ยกครั้งสุดท้ายเมื่อราวปีกว่าที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตอนนั้นต่างคนต่างวิ่งเข้ามากอดกันด้วยความดีใจ ยังถามถึงสุขภาพกันอยู่ ซึ่งพี่เปี๊ยกบอกว่าแข็งแรงดีและทำงานปกติ 

        ในส่วนของการร่วมงาน มีโอกาสร่วมงานกับพี่เปี๊ยกอยู่หลายเรื่อง ทั้งเล่นคู่กัน ทั้งพี่เปี๊ยกเป็นผู้กำกับฯ ภาพที่จำได้คือพี่เปี๊ยกเป็นผู้กำกับฯที่ตลกและดุ แล้วก็สอนอะไรหลายอย่าง ตอนที่เล่นเรื่อง “ป่ากามเทพ” บทที่ได้รับจะโหดๆ สามีภรรยากระโดดถีบกัน ซึ่งก็เข้ากับฉายาพระเอกตบจูบและผู้กำกับฯจอมซาดิสต์ที่เขาได้รับ อีกอย่างที่ประทับใจคือพี่เปี๊ยกเป็นคนที่มีเสียงที่มีเสน่ห์ พูดจาดี ในขณะเดียวกันก็มีมุขตลก ซึ่งไม่ใช่สไตล์คนรุ่นนั้น สำหรับตนถือว่าพี่เปี๊ยกเป็นครูและพี่ชายอีกคนหนึ่งในวงการ

ชมคลิป

คลิปเปิดไม่ออก >>> กดตรงนี้ คลิ๊ก <<<

ข้อมูลและภาพ จาก khaosod

บทความที่คุณอาจสนใจ